[บทที่ 24] เข้าสู่ภาวะอึมครึม
บรรยากาศมันมาคุๆไงบอกไม่ถูกอ่ะมิกกี้บ่น ขณะยืนรอเพื่อนอยู่หน้าโรงเรียนในเช้าวันรุ่งขึ้น
ฉันจะทำหน้าไงดีอ่ะ ซ้อมไว้ก่อนได้มั้ยชางมินเริ่มทำตัวไม่ถูก
ฉันว่า ฉันเข้าไปก่อนดีกว่า ฉันไม่ชอบบรรยากาศอึดอัดๆอย่างนี้แจจุงเบะปากก่อนจะหันเดินไป
เฮ้ย ไปไหนๆ อยู่ร่วมรับชะตากรรมร่วมกันเลยมิกกี้ช่วยชางมินคว้าแขนแจจุงไว้คนละข้าง
โอ้ย ไม่เอาเว้ย อึดอัดไม่ชอบแจจุงพยายามสะบัดแขนออกจากทั้งสองคนนั้น
ไม่ทันแล้ว ยุนโฮมาโน่นแล้วชางมินพยักหน้าไปด้านหลังยุนโฮกำลังเดินหน้ายุ่งๆมาตามทาง
หวัดดียุนโฮมิกกี้ทักพยายามทำเสียงสดใส
อือยุนโฮเงยหน้ามองเขาเซ็งๆ เหลือบไปเห็นแจจุงกับชางมินที่ต่างก็ปั้นหน้ากันไม่ถูก
เป็นอะไรกัน ปวดท้องก็ไปเข้าห้องน้ำกันก่อนเลยไปยุนโฮขมวดคิ้วหงุดหงิด
ฉันว่าฉันเข้าไปก่อนดีกว่าแจจุงหันตัวกลับอีกรอบ คราวนี้ชางมินไปได้รั้งเขาแต่เดินตามไปด้วย
เฮ้ย ไปไหนกันเล่ามิกกี้ตะโกนตามไป
ก็ตามมันไปสิ ไปเข้าโรงเรียนกันดีกว่ายุนโฮเดินตามสองคนนั้นไป
แต่...เซียยังไม่มาเลยน่ะมิกกี้พูดชื่อเซียเบาๆ ยุนโฮหันมามองด้วยสายตาหงุดหงิด
นายอยากรอก็รอไปเหอะ ฉันจะเข้าไปแล้วยุนโฮหันมาบอกเซ็งๆแล้วเดินเข้าโรงเรียนไป
มันชักจะยุ่งแล้วไงมิกกี้บ่นตามไปเบาๆ
ตลอดทั้งวัน บรรยากาศในห้องชวนให้อึดอัด เพราะทั้งยุนโฮและเซียต่างไม่ยอมมองหน้ากัน หรือคุยกันเลย แม้กระทั่งตอนกินข้าวกลางวัน ถึงแม้จะนั่งอยู่ด้วยกันแต่ต่างคนก็ต่างกิน จนถึงเวลาเลิกเรียน
นายกับฉันมีเรื่องต้องเคลียร์กันเซียยืนสะพายกระเป๋าอยู่ข้างโต๊ะยุนโฮ ยุนโฮเงยหน้ามองเขานิ่งๆ
ก็เอาสิยุนโฮลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าแล้วเดินตามเซียไป มิกกี้ แจจุง ชางมิน มองหน้ากันไปมา
รออะไรเล่า อยากรู้ก็ตามไปสิอึนเชเดินสะพายกระเป๋ามาหน้าประตู
เธอจะตามไปดูงั้นเหรอมิกกี้หันมาถามแปลกใจ
ปล่าว ฉันหมายถึงพวกนายน่ะอึนเชหันมามองเซ็งๆ
โอ้ย ไม่เอาอะ รอมันเคลียร์กันเสร็จค่อยถามอีกทีดีกว่าแจจุงปัด
งั้นก็รอไปล่ะกัน ชางมิน เมื่อเช้านายบอกว่าเซจินกลับมาแล้วใช่มั้ยอึนเชหันมาถามชางมิน
อืมใช่ ตอนนี้ก็คงอยู่ที่ร้านป้าเธอนั้นแหล่ะชางมินมองไปทางประตูด้วยความเป็นห่วง
งั้นฉันไปก่อนล่ะกันอึนเชเดินออกประตูไป
เฮ้ย แล้วไม่รอดูยุนโฮมันหน่อยหรือไง เดี๋ยวมันมีเรื่องกันขึ้นมาว่าไงแจจุงท้วง อึนเชหันมามองเซ็งๆ
ถ้ามีพวกนายก็ห้ามสิ อยู่กันตั้งหลายคนอึนเชตอบนิ่งๆ แจจุงมองเธอหน่ายๆ
แต่ฉันว่าไม่มีอะไรอยู่แล้วล่ะ ยุนโฮไม่ใช่คนชอบใช้กำลังกับเพื่อนอยู่แล้ว พวกนายไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงสองคนนั้นก็เป็นเพื่อนกัน ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก เชื่อใจเพื่อนหน่อยสิอึนเชพูดทิ้งท้ายแล้วเดินกลับไป
งั้นฉันก็กลับแล้วเหมือนกันยองนาเดินตามอึนเชไป
รอก่อนสิ เดี๋ยวฉันไปส่งมิกกี้ดึงแขนยองนาไว้
นายอยู่นี่แหล่ะ ไม่ต้องไปส่งหรอก แล้วก็อย่าใจร้อนล่ะยองนาสั่งทิ้งท้ายก่อนรีบเดินตามอึนเชไป
นี่ ถ้าอาลัยอาวรณ์นักก็ไม่ตามไปด้วยเล่าแจจุงแซวมิกกี้ที่มองตามยองนาไป
ได้ไงเล่า เพื่อนมีเรื่องอยู่ นายเห็นฉันเป็นคนยังไงว่ะเนี่ยมิกกี้หันมามองเขาเซ็งๆ แจจุงยักไหล่
ฉันอยากพูดกับนายเรื่องเมื่อวานเซียเริ่มต้นขึ้น หลังจากที่เดินตามกันมาบนดาดฟ้าแล้ว ยุนโฮมองออกไปข้างหน้าไม่ได้ว่าอะไร เซียเลยเริ่มพูดต่อ
ฉันบอกตามตรง ว่าฉันไม่ได้ให้ความสำคัญกับจุนฮีใ นฐานะของน้องสาวนายสักเท่าไหร่เซียพูดนิ่งๆ ยุนโฮหันมามองเขา
ในตอนนั้น ฉันมองเธอในฐานะของผู้หญิงที่ฉันรักมากกว่า เลยทำให้ฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องที่จะต้องบอกนาย เรื่องฉันกับจุนฮีก่อนคิดที่จะทำอะไรเซียมองออกไปข้างนอกบ้าง
ฉันขอโทษน่ะที่ทำอะไรลงไปโดยที่ไม่ได้นึกถึงนายก่อนเซียขอโทษยุนโฮอย่างจริงใจ ยุนโฮมองเขานิ่งๆ
รู้ก็ดีนี่นี่หมายความว่านายเห็นน้องฉันดีกว่าฉันใช่มั้ยยุนโฮเลิกคิ้วถาม
ขอโทษทีน่ะ จุนฮีกลายเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตฉันไปแล้ว ฉันเลยทำอะไรลงไปโดยนึกถึงใจจุนฮีก่อนเป็นคนแรก ไม่ได้ตั้งใจจะมองข้ามนายเลยจริงๆเซียพูดด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด
ฉันจะดีใจหรือเสียใจดีนี่ยุนโฮหัวเราะนิดๆ เซียยิ้มตาม
โทษทีน่ะ แล้วเรื่องจุนฮีเซียมองหน้ายุนโฮ
ฉันคุยกับน้องแล้ว เราเข้าใจกันดี...เรื่องนายกับจุนฮี... ฉันจะคอยจับตาอยู่ตลอดเวลา ระวังตัวไว้ก็แล้วกัน ถ้าวันไหนนายทำน้องฉันเสียใจล่ะก็ เพื่อนก็เพื่อนเถอะ...ยุนโฮทำหน้าดุ เซียยิ้มๆ
ไม่มีทางอยู่แล้ว ถ้าฉันทำร้ายจุนฮีก็เท่ากับทำร้ายตัวฉันเองไปด้วย ฉันบอกนายได้เลยว่าจะไม่มีวันนั้นเด็ดขาดเซียพูดอย่างมั่นใจ ยุนโฮมองเขานิ่งก่อนค่อยๆยิ้มออกมา
ทีนี้เราเคลียร์กันแล้วน่ะยุนโฮยื่นมือออกมา เซียยื่นมือออกมาจับกับเขาทั้งคู่ยิ้มให้กันเหมือนเคย มิตรภาพกลับขึ้นมาในที่สุด
ทำไมไม่มาซะตอนที่ฉันจะกลับอเมริกาเลยล่ะเซจินนั่งทำหน้าเซ็ง อยู่ตรงหน้าอึนเชในร้านของป้าเธอ
เอาน่า พอดีเมื่อวานมีเรื่องนิดหน่อย ไม่งั้นไม่ลืมหรอกน่าอึนเชยกไม้ยกมือขอโทษ
เอาเหอะ ฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเธออยู่แล้วเซจินทำหน้าเซ็งไม่เลิก
แล้วนี่เธอจะกลับมาอยู่กี่วันเนี่ยอึนเชเปลี่ยนเรื่อง
ไม่รู้ อยู่ที่ว่าป้าจะออกจากโรงพยาบาลได้วันไหน ก็อย่างที่บอกในเมล์คราวก่อน พ่อแม่ส่งฉันมาดูแลร้านแทนป้าจนกว่าป้าแกจะหายนะแหล่ะเซจินมองไปรอบๆร้าน ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม โดยร้านนี้เป็นร้านเหล้าที่ขึ้นชื่อของเขตนี้
เค้าคิดยังไงเนี่ย ส่งเธอมาคุมร้านเหล้า ยิ่งขี้เมาๆอยู่ด้วยอึนเชส่ายหน้ายิ้มๆ
ทำไงได้ มีฉันคนเดียวนี่น่าเซจินถอนหายใจ
แล้วเรื่องพ่อแม่เธอเป็นยังไงมั่งเซจินถามอย่างเป็นห่วง อึนเชเบะปากน้อย
ก็ดีขึ้นมาหน่อย ฉันเจอกับพ่อได้แล้วโดยที่แม่ไม่ได้ว่าอะไร แต่เวลาที่ฉันไปไหนกับพ่อ แม่ก็ไม่ได้ไปด้วยหรอกน่ะ ต่างคนก็ต่างอยู่เหมือนเดิม จะว่าไปก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเดิมเท่าไหร่ จะต่างก็ตรงที่ฉันสามารถพูดถึงพ่อได้ โดยไม่โดนแม่ขว้างอะไรใส่หน้าเท่านั้นแหล่ะอึนเชยิ้มเซ็งๆ เซจินยิ้มปลอบใจ
แล้วนี่เธอนอนที่ร้านเหรอ...ไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านใช่มั้ยอึนเชเปลี่ยนเรื่อง เซจินยิ้มนิ่งๆทันทีที่ได้ยินคำว่าบ้าน
ไม่ล่ะ พ่อแม่ก็ให้กุญแจมา แต่เค้าต้องไม่หวังมากเกินไปว่าฉันจะกลับไปนอนที่นั้นเซจินแสยะยิ้ม
10 ปี มันผ่านไปเร็วน่ะอึนเชพูด เซจินยิ้มฝืนๆก่อนถอนหายใจออกมา อึนเชมองเธอนิ่งๆ
แต่สำหรับฉันมันเหมือนพึ่งผ่านไปเมื่อวาน ยิ่งเมื่อฉันกลับมาที่นี่แล้ว ก่อนหน้านี่คิดว่าทุกอย่างมันจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่ก็เปล่าเลย ทุกอย่างยังเหมือนเดิม นั้นยิ่งทำให้ฉัน...รู้สึกแย่เซจินพูดยิ้มๆ
คนเราต้องก้าวผ่านอดีตไปให้ได้ เธอเองก็รู้นี่อึนเชมองหน้าเธอ
หรือไม่ก็ติดอยู่กับมันเซจินเสริม อึนเชขำนิดๆ
แล้วนี่เธอเลิกเล่นเทควันโดแล้วจริงอ่ะอึนเชเลิกคิ้วถาม
อืม ก็เลิกแล้วน่ะสิ ที่แข่งกับเธอครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายเซจินพยักหน้า
นึกว่าจะได้คู่ซ้อมเพิ่มมาอีกสักคนซะหน่อยอึนเชทำหน้าเซ็ง เซจินยิ้มนิ่งๆ
ตกลงกันได้แล้วใช่มั้ยแจจุงถามขึ้นเมื่อ ยุนโฮกับเซียเดินมาสมทบกับพวกเขาที่หน้าโรงเรียน
อือ ว่าแต่ทำไมพวกนายยังไม่กลับกันอีกล่ะเนี่ยยุนโฮถามอย่างแปลกใจ
ก็รอนาย 2 คนอยู่นี่แหล่ะมิกกี้ตอบหน่ายๆ
จะรอทำไมเล่ายุนโฮนิ่วหน้า
รอเก็บศพเซียละมั้งแจจุงสวนอย่างไม่สบอารมณ์
ฮ่า ฮา ฉันแค่เกือบตาย แต่ยังไม่ตายหรอกน่าเซียขำ
พวกนายเห็นฉันเป็นคนใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอยุนโฮนิ่วหน้า
ใครจะไปรู้ นายน่าจะเห็นหน้าตัวเองเวลาโกรธน่ะ โครตจะน่ากลัวอ่ะมิกกี้กอดอก
คิดดูละกัน วันนี้ทั้งวันนายเล่นไม่คุยกับใครเลย แม้กระทั่งอึนเชก็เถอะ พวกฉันก็เลยคิดว่านายบ้าไปแล้วนะสิ ขืนปล่อยเซียไว้กับนายลำพัง พวกฉันได้ตามมาเก็บศพเซียพรุ่งนี้แน่แจจุงขมวดคิ้ว
ว่าแต่ อึนเชไปไหนซะละเซียถามขึ้น
อึนเชนะเหรอ เห็นว่าจะไปแวะหาเพื่อน ก่อนกลับไปซ้อมน่ะชางมินตอบแทน
เออใช่ ใกล้จะแข่งอีกแล้วนี่ สงสัยฉันได้ย้ายที่นอนแหงเลย เห็นคราวก่อนแม่อึนเชบอกให้ขึ้นไปนอนห้องว่างบนบ้าน ระหว่างที่อึนเชซ้อมเซียทำหน้าเซ็ง
ทำไมต้องทำงั้นด้วยอะมิกกี้นิ่วหน้าสงสัย
ก็อึนเชนะ เวลาแข่งใหญ่จะซ้อมจนดึกทุกวันน่ะแหล่ะชางมินตอบยิ้มๆ
หรือว่า ฉันย้ายไปนอนบ้านนายดี ห่ะ ยุนโฮเซียหันไปทำหน้าทะเล้น แต่ยุนโฮไม่ขำด้วย
นี่ไหนๆ พวกเราก็อยู่ครบกันแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีกว่าแจจุงชวน
อะไรของนายนี่มันหนักไปทางเครื่องดื่มหรือเปล่ามิกกี้หันมาทำหน้ารู้ทัน แจจุงยักคิ้วน้อยๆ
นายคิดว่าที่นี่เหล้าฟรีหรือไงเซจินถามขึ้น เมื่อแจจุงเดินนำเพื่อนๆเข้าร้านมาในตอนค่ำ
ไม่ฟรี แต่ลดให้ก็ยังดีน่าแจจุงจัดแจงพาเพื่อนๆมานั่งที่โต๊ะด้านในที่ใกล้กับบาร์
นายก็มากับเขาด้วยเหรอ ชางมินเซจินเลิกคิ้วแปลกใจ ชางมินยิ้มน้อยๆ
เออ ลืมแนะนำให้รู้จัก นี่เพื่อนของฉันกับอึนเชน่ะ ชื่อลีเซจินชางมินหันไปบอกกับเพื่อนๆ มิกกี้พยักหน้าทัก เซียยิ้มให้อย่างร่าเริง ส่วนยุนโฮมีสีหน้าแปลกใจเล็กๆ
ลีเซจินยุนโฮทวนชื่อเธอ พยายามนึกอะไรบางอย่าง ชางมินยิ้มน้อยๆ
ก็คนนี่แหล่ะ หนึ่งเดียวที่ล้มนาอึนเชได้ชางมินบอกขำๆ ทั้งโต๊ะตาโตขึ้นมาทันที
เธอนี่เอง ฉันก็ว่าแล้วว่าชื่อคุ้นๆแต่นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหนแจจุงพูดขึ้น
ฮ่ะ ฮ่า ขอสัมผัสมือกับหนึ่งเดียวที่ล้มยักษ์อย่างอึนเช หน่อยได้มั้ยมิกกี้ทำท่ายื่นมือไปหาเธอ เซจินทำหน้างงๆ
พวกนายเป็นอะไรกันเนี่ยแค่เรื่องสมัยก่อนนะ เดี๋ยวนี่ฉันอาจโดนอึนเชเตะสลบได้ง่ายๆเซจินขำ
ท่าทางฉันต้องประเมินเธอใหม่ซะแล้วน่ะ มิน่าเมื่อคืนฉันสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่ออกมาจากตัวเธอแจจุงพูดล้อๆ
อย่าเว่อร์ๆ...ว่าแต่พวกนายพากันมานี่เนื่องในโอกาสอะไรไม่ทราบเซจินถาม
ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่ฉลองมิตรภาพระหว่างลูกผู้ชายแจจุงพูดเวอร์เข้าว่า เซจินเบะปากหมั่นไส้
งั้นลูกผู้หญิงอย่างฉันก็ขอตัวก่อนล่ะกัน...มีงานต้องทำเซจินพูดยิ้มๆ
เออ เซจิน เมื่อเย็นอึนเชมาหาเธอรึปล่าวชางมินถามขึ้นก่อน
มาๆ มาให้ด่าเสร็จแล้วก็รีบกลับไปซ้อมต่อ วันนี้หน้ามันเครียดๆไงไม่รู้ ฉันเลยไม่กล้าไปว่าอะไรมันมาก เดี๋ยวจะโดนเตะตายคาร้านไปซะก่อนเซจินพูดขำๆ ชางมินฝืนยิ้มแต่จริงๆแล้วเริ่มเป็นห่วงอึนเช
พวกนายตามสบายน่ะ ฉันขอตัวไปทำงานก่อนเซจินหมุนตัวกลับไป
เฮ้ย มานั่งดื่มด้วยกันสิแจจุงคว้ามือเอาไว้ได้ก่อน เซจินหันมามอง
ไม่เอาอ่ะ จะไปทำงาน ป้าเรียกฉันมาทำงานนะ ไม่ได้มานั่งดื่มเป็นเพื่อนนายเซจินว่าแล้วเดินกลับไป
เออ มีอย่างที่ไหน เพื่อนมานั่งดื่มด้วยทั้งทีกลับไปชวนสาวมานั่งดื่มด้วยซะงั้นมิกกี้กอดคอพูดล้อๆ
ตลกเหอะ ยัยนั้นคอแข็งกว่านายเป็นสิบเท่า ผู้หญิงที่ไหนจะคอแข็งได้ขนาดนั้นแจจุงมองเขานิ่งๆ
อึนเชไงเซียพูดขึ้น ทั้งโต๊ะหัวเราะขึ้นพร้อมกัน
อันนี้ต้องถามยุนโฮมันว่ะ ไปนั่งดื่มด้วยกันตั้งหลายครั้งแจจุงหันมาทางเขา ที่ตอนนี้นั่งทำหน้านิ่วๆอยู่
เฮ้ย เป็นอะไร ดูทำหน้าเข้ามิกกี้หันมาถาม ทั้งโต๊ะหันมามองยุนโฮที่นั่งทำหน้านิ่วเมื่อคิดถึงอึนเชขึ้นมา
เปล่าหรอก ไม่มีอะไร มากินกันเถอะยุนโฮส่ายหน้าแล้วจัดการส่งแก้วให้เพื่อนๆ
เป็นเวลา 4 ทุ่มกว่าๆแล้ว ไฟในโรงฝึกของอึนเชยังสว่างอยู่ พร้อมทั้งเสียงเตะกระสอบทรายยังดังต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ยุนโฮผู้นั่งอยู่ได้ไม่นานก็ต้องรีบลุกออกมาจากร้านก่อน เท้าของเขาพามาที่นี่โดยอัตโนมัติ ยุนโฮค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ เสียงอึนเชยกเท้าเตะกระสอบดังอย่างหนักแน่นออกมาเป็นระยะ แล้วเขาก็หยุดยืนอยู่ตรงนั้น มองอึนเชที่พึ่งจะหยุดพัก ทรุดตัวลงนั่งพิงผนังอย่างอ่อนล้า ยุนโฮเฝ้ามองดูเธอค่อยๆยกผ้าขนหนูขึ้นซับเหงื่อบนหน้า แต่แววตาของอึนเชยังคงฉายแววมุ่งมั่น ก่อนเธอจะลุกขึ้นไปซ้อมกระโดดถีบกระสอบทรายอีกครั้ง ยุนโฮมองเธอทรุดลงกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วก็เกือบทำลายความตั้งใจของตัวเองที่จะมายืนดูเงียบๆ โดยการวิ่งเข้าไปช่วยอึนเชที่กระโดดเตะพลาด ล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น แต่เพียงไม่นานเธอก็ลุกขึ้นมาอีกครั้ง ยุนโฮยิ้มกับตัวเองแล้วค่อยเดินจากตรงนั้นไป เสียงเตะกระสอบทรายของอึนเชก็ค่อยๆแผ่วเบาลงจนไม่ได้ยินไปในที่สุด
เฮ้อ อึนเช...ฉันไม่รู้จะทำยังไงกับเธอดียุนโฮพูดเบาๆระหว่างที่เดินกลับบ้านอย่างเหนื่อยใจ
เมื่อยุนโฮเดินพ้นไปแล้ว อึนเชก็หยุดเตะกระสอบทราย แล้วหันมองออกไปที่ประตู ตรงที่ยุนโฮได้ยืนอยู่เมื่อกี๊ด้วยแววตาสั่นไหวเป็นครั้งแรก ก่อนรีบสะบัดหัวไล่ความคิดที่แว่บเข้ามาในหัว ก่อนยกเท้าเตะกระสอบทรายต่อไป
สุดท้าย พวกมันก็ทิ้งฉันไว้คนเดียวแจจุงนั่งบ่น นั่งมองไปทั่วร้านที่ตอนนี้คนเริ่มเยอะ แต่เขานั่งอยู่คนเดียว
หลังจากที่ยุนโฮลุกออกไป เจ้าเซียก็พุ่งออกไปตาม แล้วมิกกี้ก็ต้องแบกชางมินที่คอพับคออ่อนกลับบ้านไปด้วย ทิ้งให้แจจุงนั่งกินเหล้าอยู่คนเดียว เขามองไปรอบๆร้านจนไปสะดุดกับห้องด้านในที่เป็นห้องของผู้จัดการร้าน ที่เซจินต้องนั่งทำงานอยู่ด้านในแน่ๆ แจจุงเลยลุกขึ้นไป เขาจดๆจ้องๆอยู่สักพักก่อนเอามือแตะลูกบิดประตู
บุคคลภายนอกห้ามเข้าน่ะค่ะเสียงของพนักงานหญิงที่เดินมาเจอพอดีหยุดเขาไว้ แจจุงหันไปยิ้มนิดๆ
แล้วถ้าผมบอกว่าผมเป็นแฟนเจ้านายคุณ ผมจะเข้าไปได้มั้ยครับแจจุงยิ้มหวานใส่ แทบไม่ต้องรอ เธอปล่อยให้เขาเข้าไปทันที แจจุงยิ้มขอบคุณแล้วดันประตูเปิดเข้าไป
นายเข้ามาได้ไงเนี่ยเซจินเงยหน้ามองขึ้นทันทีที่ประตูเปิดออก แจจุงเดินยิ้มเข้ามา
ก็ทำไมจะไม่ได้...แค่บอกว่าฉันเป็นแฟนเธอ เค้าก็ปล่อยฉันเข้ามาแล้วแจจุงยิ้มๆ
นายบอกเค้าว่าไงนะเซจินถลึงตาใส่ แจจุงเดินเข้าไปนั่งลงบนโต๊ะทำงานของเธอแล้วเริ่มคุ้ยกองใบเสร็จไปมา
เอาเหอะน่า เธอทนนั่งทำงานน่าเบื่อนี่อยู่ได้ไงเนี่ย...ออกไปนั่งดื่มด้วยกันหน่อยซิแจจุงโยนปึกกระดาษลง เซจินเงยหน้ามองเขาเซ็งๆ แจจุงยักคิ้วน้อยๆ
ไม่ไป มีไรมั้ย แล้วทีนี้ก็ออกไปได้แล้ว จะทำงานเซจินพูดใส่หน้าแจจุง แล้วก้มลงทำงานต่อ แจจุงเบะปากแล้วลุกขึ้นยืน แต่ไม่ได้เดินออกไปจากห้อง เขาเริ่มเดินไปค้นโน่นค้นนี้ ทำเสียงหนวกหูไปเรื่อย จนเซจินนิ่วหน้าขึ้นมอง แจจุงทำไม่รู้ไม่ชี้ทำเสียงดังต่อไป จนเซจินตบโต๊ะลุกขึ้นยืน
ก็ได้ๆ คิมแจจุง คืนนี้นายได้เมาหัวทิ่มแน่เซจินเสียงเข้มมองหน้าเขาเคืองๆ แจจุงหันมายิ้มอย่างผู้ชนะแล้วเดินนำออกไป
แล้วตลอดทั้งคืน แจจุงกับเซจินก็นั่งดื่มกันไป นั่งคุยกันไป เผาเพื่อนคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง
ยุนโฮนั้นน่ะนะ...กับอึนเชเซจินพูดขึ้นมาอย่างแปลกใจ แจจุงยิ้ม
เธอคิดว่าไงแจจุงหยิบถั่วเข้าปาก
ถ้ามันเป็นอย่างที่นายบอก...จะยังไงก็ตามไอ้อาการอ้ำๆอึ้งๆอย่างนี้ไม่ดีหรอก เพราะอึนเชนะเป็นพวกความรู้สึกช้า ไม่บอกออกไปตรงๆ...ไม่มีทางที่เธอจะรู้สึกได้หรอก...นอกซะจากว่าเซจินถอนหายใจ
นอกซะจากว่าอะไรแจจุงถามลุ้นๆ
อึนเชจะรู้สึกถึงมันได้เองเซจินบอกในที่สุด แจจุงถอนหายใจบ้าง
จะได้เหรอ ฉันยังไม่เห็นวี่แววเลย แล้ววันนี้ทั้งวันสองคนนั้นก็ไม่เห็นพูดกันเลย จะว่ายุนโฮมันโกรธจนลืมคุยกับอึนเชก็ไม่น่าใช่แจจุงนิ่วหน้า
เฮ้อ ตอนแรกฉันคิดว่าคนที่อึนเชจะคบเป็นแฟนได้จะเป็นชางมินซะอีกเซจินพูดขึ้น
ทำไมล่ะแจจุงมองหน้าเธอ
ฉันนะพวกความรู้สึกไว รู้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าชางมินรู้สึกยังไงกับอึนเช ถ้าชางมินไม่มัวแต่ไม่กล้าบอกอึนเชอย่างนี้ล่ะก็ เรื่องมันคงไม่เป็นอย่างนี้ก็ได้เซจินยกแก้วขอตัวเองขึ้นกระดกเข้าปาก
นั้นสิน่ะ เรื่องมันอาจจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้แจจุงนิ่วหน้าคิดตาม
To be continue...