2007/Mar/31

"นี่ แจจุงใครใช้ให้นายมากอดฉัน ห๊า"เสียงเซจินโวยวายลั่นห้อง หลังจากตื่นขึ้นมาแล้วเจอแจจุงนอนอยู่ข้างๆเธอ ไม่เพียงแค่นั้นตัวของเธอยังถูกรวบไว้แน่นกับอ้อมอกของแจจุงเลยทีเดียว แจจุงที่โดนปลุกหรี่ตาขึ้นมามองอย่างงัวเงีย

"อะไรเล่า ก็เธอบอกเองนี่ว่า ให้ฉันมานอนเป็นเพื่อนหน่อย"แจจุงยันตัวขึ้นหลังจากที่เซจินผลักเขาออกอย่างแรง

"ใช่ ฉันพูด แต่ไม่ได้บอกให้นายมานอนกอดฉันสักหน่อย แค่ให้มานอนข้างๆเป็นเพื่อนเฉยๆ"เซจินเหล่มองเขาอย่างไม่สบอารมณ์

"อ้าว แต่เธอมากอดฉันก่อนเองน่ะ"แจจุงท้วง

"ตลกล่ะ คิมแจจุง ฉันแค่เกี่ยวแขนนายนิดเดียวเอง"เซจินยังเอียงคอมองเขาอย่างไม่พอใจ

"ก็ตอนที่ฉันกอดเธอทำไมไม่ท้วงเล่า ก็เห็นเงียบก็นึกว่า..."แจจุงลอยหน้าลอยตาพูด

"ว่าอะไร ว่าอะไรบอกมาน่ะ"เซจินคาดคั้นเมื่อเห็นแจจุงทำหน้าเจ้าเล่ห์

"ก็...นึกว่าชอบไง"แจจุงขยับมากระซิบที่ข้างหูเซจินเบาๆ เล่นเอาเจ้าตัวหน้าแดงขึ้นมาทันที

"ไอ้...ไอ้ โรคจิต"เซจินชี้นิ้วไปที่แจจุงอย่างสั่นเทาด้วยความโกรธ แจจุงยังลอยหน้าลอยตาต่อไป

"แล้วไม่ใช่ไอ้โรคจิตคนนี้หรือไง ที่อยู่เป็นเพื่อนเธอเมื่อคืน สำนึกบุญคุณกันมั่งเซ่ ตื่นมาแทนที่จะขอบคุณ มาด่ากันฉอดๆ"แจจุงแคะหูอย่างระคาญ ยิ่งทำให้เซจินยิ่งเดือด

"ขอบคุณที่นายกอดฉันเนี่ยน่ะ ฉันไม่ได้เสียสตินะถึงต้องทำอย่างนั้นน่ะ เหอะ"เซจินเบะปากใส่ แจจุงยักคิ้วน้อยๆก่อนลุกขึ้นจากเตียงก่อน

"ก็เอาเหอะ เดี๋ยวอีกหน่อยเธอก็ขอบคุณฉันเองแหล่ะ"แจจุงถึงท้ายยิ้มๆ ก่อนเดินไปเข้าห้องน้ำก่อน ทิ้งให้เซจินนั่งทำหน้างงอยู่คนเดียว

"เฮ้ เซจิน"เสียงเรียกของอึนเช ทำให้เซจินที่เดินหอบหนังสือมากมายมาตามทางเดินหันกลับมามอง แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเพื่อนรักตัวเองตอนนี้อยู่ในสภาพโดนหมาฟัดมาก็ไม่ปาน อึนเชอยู่ในชุดซ้อมเทควันโอที่หลุดลุ่ย สวมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็จกับเท้าเปล่า ผมเผ้ามัดรวบอย่างหลวมๆ ที่ใบหน้ามีรอยช้ำนิดๆที่แก้ม ที่มุมปากอีกนิดหน่อย

"อึนเช เธอไปทำอะไรมาเนี่ย"เซจินร้องอย่างตกใจ อึนเชมองหน้าเซจินนิ่งๆ

"ก็ซ้อมตอนเช้าไง"อึนเชนวดแขนตัวเองเบาๆ

"แล้วทำไมอยู่ในสภาพนี้เนี่ย"เซจินมองสำรวจอึนเช ที่ตอนนี้เอารองเท้าแตะที่หนีบมาได้มาใส่

"ก็ไม่ทำไม หนีซ้อมมาซะก่อนไงเล่า พวกนั้นซ้อมบ้าบออะไรกันนักหนาก็ไม่รู้ เซ็งเป็นบ้า"อึนเชส่ายหัวหน่ายๆก่อนจัดการชุดเธอให้เข้าที่เข้าทาง

"แล้วนี้เธอซ้อมยังไงของเธอเนี่ย ทำไมยับเยินไปหมดอย่างนี้"เซจินช่วยอึนเชแต่งตัวให้เรียบร้อย

"ก็ไม่ยังไงอ่ะ คู่ซ้อมตัวฉันตัวเท่านี้"อึนเชเอือมมือวัดความสูงคู่ซ้อมเธอท่วมหัวเธอทีเดียว

"ผู้หญิงเนี่ยน่ะ"เซจินทำหน้าตาเหลือเชื่อ อึนเชส่ายหน้าเบาๆ

"เปล่า ผู้ชายน่ะ"อึนเชตอบหน้าตาย เซจินหัวเราะออกมาเบาๆ

"เออนี่ เธอช่วยย่องไปเอาเสื้อผ้าฉันในล็อกเกอร์ให้หน่อยได้มั้ย ฉันคงกลับเข้าไปไม่ได้ล่ะ"อึนเชหันมาถามเซจิน เธอมองสภาพเพื่อนแล้วจึงค่อยพยักหน้านิ่งๆ

เสียงเตะกระสอบทราย เสียงเท้าเสียดสีกับพื้นกระดาน เสียงผ้าที่เสียดสีกัน เสียงที่เซจินคุ้นเคยเมื่อก้าวเข้ามาในโรงฝึกของมหาลัย ที่ได้ชื่อว่าเป็นที่หนึ่งของประเทศสำหรับเทควันโด ท่าทางของนักกีฬาที่ฝึกกันอย่างตั้งใจ ทำให้เซจินไม่อาจอดใจให้มองไปรอบอย่างสนใจไม่ได้ แม้เธอจะเลิกเล่นเทควันโดไปแล้วแต่เธอก็ไม่ได้เลิกชื่นชอบในกีฬาชนิดนี้ไปซะทีเดียว เธอค่อยๆสลัดความรู้สึกออกไปอีกครั้ง ก่อนค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆห้องพักนักกีฬาไปเรื่อยๆ เพื่อไปเอาของให้กับอึนเชในนั้น เมื่อเซจินเข้าไปได้ก็รีบเปิดล็อกเกอร์ด้วยความไวแล้วฉวยกระเป๋ากีฬาของอึนเชออกมา แล้วตรงดิ่งออกไปจากห้องพักทันที

"นี่เธอ"เสียงเรียกที่เฉียบขาดของชายคนนึง ทำเอาเซจินหยุดชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวออกไปจากโรงฝึกทันที เธอค่อยๆหันมามองทางต้นเสียงอย่างงงๆ แล้วเมื่อหันมาก็ทำเอาเซจินต้องตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ผู้ชายในชุดเทควันโดสีขาวสะอาด ตัวสูงโปร่ง กับใบหน้าขาวผ่อง แต่มีสีหน้าที่เคร่งเครียด ยืนประจันหน้าอยู่กับเธอ ...รูปร่างหน้าตารวมทั้งท่าทางของเขา ทำให้เธอนึกถึงพี่ชายของเธอขึ้นมาทันที โดยเฉพาะท่าทางเคร่งครัดกับการฝึกนี้ด้วย

"มีอะไรเหรอค่ะ"เซจินถามกลับไปอย่างหวั่นๆ เขามองเธอนิ่งๆ

"ท่าทางจะเป็นเด็กมหาลัยนี้นี่ เธอไม่รู้หรือไงว่าคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ห้ามเข้ามาในโรงฝึกนี้"เขากอดอกถามเธออย่างเข้มๆ เซจินส่ายหัวเบาๆ เขานิ่วหน้าเล็กน้อย

"แล้วนั้นอะไร กระเป๋าของอึนเชไม่ใช่หรือไง"เขาก้มลงมองไปที่ไหล่เซจินที่สะพายกระเป๋ากีฬาใบใหญ่อยู่ เธอพยักหน้าตอบน้อยๆ

"อ๋อ ยัยตัวดีนั้นให้เธอมาเอาของให้ล่ะสิ แล้วเจ้าตัวไปไหนซะแล้วละ"เขายิ้มอย่างหน่ายๆ

"เออ อึนเชต้องเข้าเรียนเช้านี้น่ะค่ะ ก็เลย...ต้องรีบไป ฉันก็เลยมาเอาของให้เขา"เซจินคิดข้อแก้ตัวขึ้นมา เขานิ่วหน้ามองเธอน้อยๆ

"วันนี้อึนเชไม่มีเรียนเช้านี้ ฉันเช็คตารางเรียนเธอมาแล้ว"เขาเอียงคอมองเธออย่างจับผิด เซจินเริ่มจนปัญญา

"เอ่อ คือ..."เซจินทำหน้าอึดอัดใจเล็กน้อย เขามองเธอยิ้มๆ

"ช่างเถอะๆ ฉันก็ไม่ได้หวังอะไรกับเด็กแสบนั้นอยู่แล้ว ตอนแรกก็ขอกันแทบตายกว่าจะยอมมาซ้อมร่วมกันได้ เฮ้อ ยังไงก็ฝากไปบอกนักกีฬาตัวอย่างคนนั้นด้วยน่ะ ว่าคราวหน้าที่ซ้อมกันน่ะ ได้โดนคู่ซ้อมอย่างฉันอัดแน่"เขาแยกเขี้ยวน้อยๆ เซจินเงยหน้ามองเขาชัดๆอีกที เมื่อได้ยินว่าเขาคือคู่ซ้อมของอึนเชด้วย แล้วก็อดยิ้มออกมานิดๆไม่ได้ เมื่อเห็นรอยช้ำบนหน้าเขาเหมือนกัน

"ยิ้มอะไรของเธอล่ะนั้น"เขาเลิกคิ้วมองเธอน้อยๆ เซจินรีบส่ายหน้า เขาพยักหน้าน้อยๆก่อนจะหันหลังกลับเข้าโรงฝึกไป

"เอ่อ เดี๋ยวค่ะ"เสียงเซจินที่ร้องเรียกไว้ ทำให้เขาหันมาอีกครั้ง

"รุ่นพี่ ชื่ออะไรเหรอค่ะ"

"ชอย ซีวอน อ่ะน่ะ"เสียงอึนเชดังขึ้นมาจากในห้องน้ำ หลังจากที่เซจินเอาเสื้อผ้ามาให้เธอเปลี่ยนแล้ว

"อืม รุ่นพี่ชอยนั้นแหล่ะ"เซจินส่องกระจกอยู่พยักหน้านิ่งๆ

"เฮ้อ หัวหน้าทีมที่น่ารำคาญนั้นเอง"อึนเชเดินส่ายหัวออกมาจากห้องน้ำ ด้วยสภาพที่เรียบร้อยแล้ว

"อย่าไปสนใจเลย ก็ทำเป็นดุไปอย่างนั้นแหล่ะ ไม่รู้จะอะไรนักหนาน่ารำคาญจะตาย"อึนเชส่องกระจกพลางเอายาแต้มๆที่หน้าเธอเบาๆ

"เธอไม่คิดว่าเขา...เอ่อ คล้ายกับ..."เซจินกำลังชั่งใจอยู่ อึนเชเหล่มองเธอผ่านกระจก

"ไม่เหมือนสักนิด"อึนเชตอบก่อนที่เซจินจะบอกซะอีก ว่ารุ่นพี่ซีวอนเหมือนกับจุนกิพี่ชายของเธอ

"นายนั้นน่ะ ทั้งน่ารำคาญ ทั้งน่าเบื่อ แถมยังอ่อนอีกต่างหาก เหอะ เทียบกันไม่ได้สักนิดเลย"อึนเชส่ายหน้าอย่างระอา เซจินได้แต่ยิ้มแห้งๆไปให้

จริงอยู่ที่รุ่นพี่ซีวอนไม่ได้มีส่วนคล้ายอะไรกับจุนกิ แต่มีบางอย่างในตัวเขาที่คล้ายกับจุนกิ ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าแววตาเวลาฝึกซ้อม โดนเฉพาะเบื้องหลังของเขาเวลาอยู่ในชุดเทควันโด กลับทำให้เธอนึกถึงจุนกิขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ จนทำให้เซจินถึงอาสากลับเอาของไปเก็บที่ห้องพักนักกีฬาให้อึนเชอีกครั้ง เพื่อมองเขาให้ชัดๆว่าอะไรทำให้เธอเห็นว่าเขาคล้ายพี่เธอกันแน่

"เธอมานี่อีกทำไมล่ะ แล้วเอาเพื่อนเธอมาด้วยมั้ยล่ะเนี่ย"รุ่นพี่ซีวอนเดินมาดักหน้าไว้ก่อนที่ เซจินจะเดินเลี่ยงๆออกไปอย่างเคย เซจินเงยหน้ายิ้มให้แหยๆ

"คือว่า อึนเชคงไม่มาแล้วละค่ะวันนี้ เห็นว่ามีธุระอะไรสำคัญที่บ้าน"เซจินก็หาเรื่องแก้ตัวให้เพื่อนไปเรื่อย ซีวอนกอดอกเลิกคิ้วมองเธออย่างเซ็งๆ

"เมื่อไหร่เธอจะเลิกแก้ตัวให้เพื่อนเธอสักทีเนี่ย พอเถอะน่า ฉันรู้อยู่แล้วว่าอึนเชน่ะ ไม่ได้อยากมาซ้อมสักเท่าไหร่หรอก"ซีวอนถอนหายใจเหนื่อยๆ

"ปกติเวลาจะไม่ซ้อม เธอก็แค่เดินออกไปเฉยๆไม่บอกไม่กล่าวอะไรมากกว่า ฉันว่าเด็กคนนี้ไม่ค่อยจะมีเหตุผลกับใครเค้าสักเท่าไหร่หรอก"ซีวอนกรอกตาไปมาทำหน้าหนักใจ เซจินได้แต่ยิ้มอย่างหน่ายๆตาม

"คือว่า อึนเชชินกับการฝึกซ้อมที่บ้านมากกว่าน่ะค่ะ เธอฝึกอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้วน่ะค่ะ เมื่อก่อนบ้านเธอเป็นโรงฝึก อึนเชเลยชอบฝึกซ้อมอยู่ที่บ้านมากกว่า"เซจินบอกยิ้มๆ ซีวอนเลิกคิ้วมองอย่างตั้งใจ

"อย่างนั้นเหรอ ที่แท้ก็มีที่ฝึกอยู่แล้วนั้นเอง"ซีวอนพยักหน้าเข้าใจ เซจินเงยหน้ามองเขาอย่างชั่งใจ

"รุ่นพี่ ...อยากไปดูมั้ยล่ะค่ะ"เซจินเอ่ยชวนขึ้นมานิ่งๆ ซีวอนก้มลงมองเธออย่างแปลกใจ

"นี่ มิกกี้ นายเห็นเซจินมั้ยอ่ะ"แจจุงเดินมาหามิกกี้หลังจากที่เขาเดินหาเซจินไปทั่วมหาลัย

"ไม่นี่ นี่นายหามาแต่เช้าแล้วยังไม่เจออีกหรือไง"มิกกี้นิ่วหน้ามอง แจจุงแค่ยักไหล่เซ็งๆ

"ไปไหนของเค้าน้า"แจจุงมองไปรอบๆทางเดินข้างหน้า แล้วสายตาของแจจุงก็มองไปจนเจอเซจิน ที่กำลังเดินไปตามทางเลียบสนามฟุตบอล แจจุงยิ้มกว้างกำลังจะวิ่งเข้าไปหาเธอ ก่อนจะเห็นว่าเซจินไม่ได้เดินมาคนเดียว แต่ข้างๆเธอยังมีผู้ชายร่างสูง ผิวขาวสะอาด หน้าตาดี เดินเคียงข้างมาด้วย ปกติจริงอยู่ที่เซจินยิ้มแย้มให้กับทุกคน แต่ก็ไม่ใช่กับทุกคนที่เธอทำตัวสนิทด้วย นอกจากพวกเค้าเท่านั้น

"อะไรกันล่ะนั้น"มิกกี้เดินมาข้างๆ มองตามสายตาแจจุงไป แจจุงที่ยังยืนอึ้งอยู่

"นี่ เธอดูสิ นั้นมันรุ่นพี่ซีวอนนี่ กรี๊ด เดินกับเซจินด้วย ข่าวใหญ่ละงานนี้"เสียงซุบซิบจากกลุ่มสาวๆดังมา ทำเอาแจจุงหันไปมองทันที

"เฮ้อ คนอะไรหล่อเป็นบ้า เล่นเทควันโดก็เก่ง ให้ตายสิ"สาวๆส่งเสียงเสียดายกันใหญ่ แจจุงหูฟังพวกเธอแต่สายตาจับจ้องไปที่สองคนนั้นอย่างเดียว เซจินที่พูดคุยกับซีวอนอย่างสนุกสนานแถมยังส่งยิ้มให้ รอยยิ้มที่ไม่เคยยิ้มให้แจจุงเลยสักครั้ง รอยยิ้มที่เขาเองก็ไม่เคยได้จากเธอ

"นี่มันเรื่องอะไรกันเซจิน"แจจุงพึมพำออกมาเบาๆ

"ถ้าเธอไม่บอกฉันก็ไม่รู้หรอกน่ะ ว่าเธอเคยเล่นเทควันโดมาก่อนน่ะ"ซีวอนทำหน้าแปลกใจ เมื่อได้ยินเซจินเล่า เธอยิ้มกว้าง

"ทำไม ท่าทางฉันดูบอบบางมากเลยเหรอ"เซจินมองเขาอย่างล้อๆ ซีวอนยิ้มน้อยๆ

"เปล่าหรอก แต่ใครจะไปเชื่อว่าดาวมหาลัยอย่างเธอเคยสวมบทโหดมาก่อน"ซีวอนยิ้มขำๆ

"ไม่เห็นเกี่ยวเลยนี่ อย่างอึนเชยังเล่นได้เลย"เซจินเถียงน้อยๆ ซีวอนนิ่วหน้าน้อยๆ

"อึนเชเนี่ยน่ะ เหอะ แม่คนนี้น่ะหน้าตาดีก็จริง แต่นิสัย...ไม่ไหวจริงๆ"ซีวอนส่ายหน้าอย่างระอา เซจินยิ้มขำๆ

"อึนเชเค้าก็อย่างนี้แหล่ะค่ะ ถึงจะเย็นชา เฉยเมยไปบ้าง แต่ในส่วนของการซ้อมเธอก็ตั้งใจน่ะ"เซจินพยักหน้านิ่งๆ

"อันนั้นก็ใช่ แต่เธอรู้มั้ยว่าไม่มีใครในทีมเป็นคู่ซ้อมให้อึนเชได้นอกจากฉัน คู่กับใครไล่เตะเค้ากระเจิงหมด ยิ่งพวกผู้หญิงนี้ไม่ยอมคู่กับอึนเชเลยสักคน"ซีวอนส่ายหน้าอย่างหนักใจ

"ก็อย่างนั้นแหล่ะค่ะ ต้องอดทนฝึกกับอึนเชให้ได้ อีกหน่อยก็ชินเอง"เซจินยิ้มอย่างให้กำลังใจ

"ใครไม่มาฝึกกับอึนเชไม่รู้หรอก"ซีวอนทำหน้าเซ็ง เซจินมองเขายิ้มๆ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ คู่กันมาตั้งกี่ปีล่ะ

"ก็เพราะเหตุผลนี้ล่ะมั่ง ที่อึนเชไม่ชอบมาฝึกที่โรงฝึกของมหาลัย เพราะไม่มีคู่ซ้อมที่เธอพอจะคู่ได้"ซีวอนทำหน้านึกขึ้นมาได้ เซจินพยักหน้าเบาๆ

"ก็ถ้าไม่มีคู่ฝึกที่เข้าขากัน อึนเชก็ชอบไปซ้อมอยู่คนเดียวนั้นแหล่ะ"เซจินยักไหล่น้อยๆ ซีวอนหันมามองเซจินตาเป็นประกาย

"นี่ แล้วเธอรู้มั้ยว่าใครที่เป็นคู่ซ้อมประจำของอึนเช"ซีวอนดึงไหล่เซจินมาถามอย่างตื่นเต้น เซจินได้แต่ยิ้มแห้งๆ มีก็มีอะน่ะ แต่สองคนนั้นล้วนแต่เลิกเล่นไปแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวเซจินเอง หรือชางมินก็ตาม

"เฮ้ เซจิน"เสียงแจจุงดังมาข้างๆ ทำเอาเซจินที่กำลังจะบอกซีวอนที่กำลังคาดคั้นเธออยู่นั้น หันไปมองอย่างงงๆ

"มีอะไรเหรอ"เซจินถามงงๆ แจจุงมองไปที่มือของซีวอนที่กำลังกุมไหล่ทั้งสองข้างของเซจินอยู่ เจ้าตัวก็เหมือนจะรู้ตัวเลยรีบปล่อยไหล่เซจินทันที

"จะกลับบ้านแล้ว ไปกันเถอะ"แจจุงมองเธอนิ่งๆ ก่อนส่งสายตาเย็นชาไปที่ซีวอน เขามองแจจุงกลับมานิ่งๆเหมือนกัน

"นายก็กลับไปสิ ทำไมต้องมาลากฉันไปด้วยล่ะ"เซจินนิ่วหน้ามองอย่างไม่เข้าใจ แจจุงมองเธอเซ็งๆ ก่อนแย่งของที่อยู่ในมือเธอมาถือไว้

"บอกว่าไป ก็ไปสิ"แจจุงคว้ามือเซจินแล้วลากออกมาทันที เซจินมองเขางงๆก่อนหันไปมองซีวอนที่ทำหน้างงไม่แพ้กัน

"รุ่นพี่ค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เรานัดกันอีกทีล่ะกันน่ะ"เซจินตะโกนกลับไป นัดที่ว่าคือพารุ่นพี่ไปดูอึนเชที่โรงฝึก แต่แจจุงที่ไม่รู้เรื่องหันมามองขวับอย่างโมโห

"นี่เซจิน"เขาตวาดชื่อเซจินลั่น เล่นเอาเจ้าตัวหันกลับมามองอย่างแปลกใจ

"นายมาขึ้นเสียงกับฉันทำไมเล่า"เซจินนิ่วหน้าถาม พลางเดินไปตามแรงลากของแจจุง เขามองเธออย่างโมโห

"เธอจะทำให้ฉันเป็นบ้าให้ได้ใช่มั้ย"แจจุงว่าพลางดึงเซจินเดินลิ่วขึ้นรถแท็กซี่ไป

"นายเป็นบ้าอะไรของนายเนี่ย"เซจินโวยลั่นเมื่อแจจุงลากเธอเข้ามาในร้านของเซจินได้ แจจุงที่ยืนเท้าเอวหายใจหอบๆเพราะออกแรงเยอะ เท้าเอวสายตามองไปด้านนอกนิ่งๆ

"ก็เปล่า"แจจุงหันมามองยักไหล่น้อยๆ เซจินเงยหน้ามองเขาตาขวาง

"ไม่เป็น แล้วทำไมต้องมาลากฉันอย่างนี้ด้วย เจ็บน่ะ"เซจินก้มลงมองข้อมมือตัวเองที่แดงช้ำ แจจุงรีบหันมาดูทันที

"ขอโทษ ฉัน...ลืมตัวไปหน่อย"แจจุงจับขอมือเซจินมาดูเบาๆ เซจินได้แต่เงยหน้ามองเขาเคืองๆ

"มันหายเจ็บมั้ยล่ะนั้น ถอยไปเลย"เซจินสะบัดมือเธอจากแจจุง แล้วเดินไปทางหลังร้าน เพื่อกลับเข้าห้องของตัวเองไป

"...นายเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ แจจุง"เขาได้แต่พึมพำกับตัวเอง ยืนอยู่ในร้านที่ตอนนี้มีเพียงโต๊ะและเก้าอี้ที่วางซ้อนเรียงรายกันไปเพียงลำพัง แสงแดดที่ส่องทะลุเข้ามาสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่เคร่งเครียดของแจจุง

"ก็ไหนนายจะไม่รักใครแล้วไง ทำไมไอ้ความรู้สึกนี้มันยังมาได้อีก"แจจุงส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจตัวเอง ...ใช่แล้วล่ะ นายกำลังตกหลุมรักอีกครั้งนึงแล้วไง คิมแจจุง

เช้าวันรุ่งขึ้น

ทั่วทั้งมหาลัยกำลังตื่นเต้นกับข่าวที่เซจินคบกับรุ่นพี่ซีวอน มีการพูดคุยถึงทั้งสองคนว่าเหมาะสมกันมากแค่ไหน แล้วยังมีการโยงแจจุงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จากเรื่องเมื่อวานที่มีคนเห็นว่าแจจุงเข้าไปดึงมือเซจิน ออกห่างจากรุ่นพี่ซีวอน ทำให้เป็นข่าวไปทั่วมหาลัยว่า ทั้งสองคนกำลังก่อศึกชิงนางกันอยู่

"เฮ้ นายนี่มันหาโอกาสมีเรื่องให้คนสนใจได้เรื่อยเลยน่ะ"มิกกี้เดินกอดคอแจจุงเข้ามาในมหาลัย ท่ามกลางเสียงซุบซิบของหลายๆคน แจจุงหันไปมองหน้ามิกกี้อย่างเย็นชา

"ก็ดีออก อย่างนี้คะแนนความสนใจนายก็นำมิกกี้อยู่ไง นายชอบไม่ใช่เหรอ เป็นจุดสนใจเนี่ย"ยุนโฮที่เดินมาข้างๆด้วย เลิกคิ้วมองล้อๆ แจจุงหันกลับมามองยุนโฮเคืองๆอีกคน

"เฮ้อ จะว่าไปฉันก็ไม่ได้ชอบ เจ้ารุ่นพี่ซีวอนนั้นเท่าไหร่"ยุนโฮพูดพลางถอนหายใจ แจจุงกับมิกกี้หันมามองอย่างสนใจ

"ก็เจ้านั้นน่ะ อาสามาเป็นคู่ซ้อมให้อึนเช ออกจะเสนอตัวด้วยซ้ำ แล้วฉันแอบเห็นน่ะว่าบางทีก็แอบมองอึนเชบ่อยๆ ฉันไม่ไว้ใจหมอนี่เลยสิให้ตาย"ยุนโฮส่ายหัวอย่างอารมณ์เสีย

"อ้อ นั้นก็คือเหตุผลที่วันๆนายทิ้งเพื่อน แล้วไปหมกตัวอยู่ที่โรงฝึกของมหาลัยเพื่อนั่งเฝ้าอึนเชใช่มั้ย"มิกกี้ย้อนเลิกคิ้วมองอย่างไม่พอใจ ยุนโฮได้แต่ยิ้มแหยๆ

"เอ้า เป็นนาย นายจะไปเฝ้ามั้ยเล่า หมอนั้นหน้าตาดีอย่างกับอะไร พวกนายก็เห็นว่าสาวๆกรี๊ดหมอนั้นจะตาย ถึงอึนเชจะไม่หวั่นไหวกับอะไรง่ายๆ แต่นายเข้าใจคำว่า หวง มั้ยเล่า"ยุนโฮเถียงกลับมาอย่างฉุนๆ มิกกี้พยักหน้าเข้าใจ ..ก็ถ้าเขากับ...ยองนายังคบกันอยู่ เขาคงจะไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาเหมือนกัน พอมิกกี้คิดถึงตรงนี้ก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้

"ก็จริง"มิกกี้พยักหน้าซึมๆ แจจุงเหล่มองเขาน้อยๆ

"เออ ว่าแต่อึนเชกับเซจินไปไหนล่ะเนี่ย ปกติต้องมาแล้วไม่ใช่หรือไง"ยุนโฮเบะปากมองไปรอบๆห้องเรียน เมื่อพวกเขาเข้ามาถึงแล้ว แต่ยังไร้วี่แววทั้งเซจิน และอึนเช

"ขอบใจเธอมากน่ะ เซจิน"ซีวอนเอ่ยขอบคุณเธอยิ้มๆ หลังจากที่เซจินพาเขามาโรงฝึกของอึนเชในตอนเช้า ระหว่างที่เจ้าตัวออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งอยู่ เซจินก็พาซีวอนมาเดินดูรอบๆโรงฝึกแห่งนี้ ที่มีอุปกรณ์ครบครัน รวมทั้งดูสะอาดและมีระเบียบอยู่ตลอดเวลา

"ฉันเชื่อละล่ะว่าอึนเชซ้อมหนักจริงๆ"ซีวอนพูดขึ้นหลังจากยืนดูตารางการซ้อมของอึนเชที่ติดอยู่บนฝาผนังในโรงฝึก เซจินได้แต่กอดอกยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง

"เพราะงั้น ฉันถึงได้จะบอกรุ่นพี่ไงล่ะ ว่าอย่าไปบังคับอึนเชให้ไปซ้อมที่โรงฝึกมหาลัยนักเลย อึนเชเป็นพวกฉายเดี่ยวอย่างนี้มานานแล้ว ปล่อยให้เธอซ้อมตามแบบของเธอเถอะ"เซจินยักไหล่น้อยๆ ซีวอนทำหน้าเซ็งๆ

"แต่เธอก็รู้เหตุผลที่ฉันต้องการให้อึนเชไปซ้อมที่มหาลัยดีนี่ ...เธอจะไม่ช่วยฉันหน่อยเหรอ"ซีวอนมองเธออย่างขอร้อง เซจินทำหน้าลำบากใจนิดๆ

"ไม่ต้องตลอดเวลาหรอก แค่สักสองสามครั้งต่อวันก็ยังดี น่ะ ถือว่าช่วยกันหน่อยเถอะ"ซีวอนดึงมือเซจินมากุมไว้เป็นเชิงขอร้องอีกแรง

"เฮ้ ทำอะไรกันเนี่ย"เสียงอึนเชดังขึ้นอยู่หน้าประตูโรงฝึก ทำให้ทั้งสองคนรีบผละออกห่างกันทันที อึนเชเดินเข้ามาในชุดวอร์มเหงื่อโทรมกาย มองหน้าทั้งสองคนอย่างสงสัย ในท่าทางมีลับลมคมในของทั้งสองคน

"รุ่นพี่จอมตื้อ มานี่ได้ไงล่ะ เซจินเป็นคนพามาหรือไง"อึนเชเหล่มองเขานิ่งๆ ซีวอนพยักหน้าน้อยๆ

"ก็มาดูน่ะสิ ว่าเวลาที่เธอไม่ได้ไปฝึกที่มหาลัย เธอฝึกของเธอยังไง"ซีวอนตีหน้าขรึมใส่ อึนเชยักไหล่เซ็งๆ

"เห็นแล้วก็ไปสักทีสิ เดี๋ยวฉันก็จะไปมหาลัยแล้วเหมือนกัน"อึนเชมองเขาอย่างรำคาญ ก่อนเดินออกจากโรงฝึก ขึ้นบ้านที่อยู่ติดกันไป หลังจากนั้นซีวอนจึงหันมาคาดคั้นกับเซจินอีกครั้ง

"น่ะ เซจินน่ะ ฉันต้องการอึนเชจริงๆ"ซีวอนมองเธออย่างอ้อนวอน เซจินได้แต่ยิ้มอย่างหนักใจ

"ทำไมไอ้รุ่นพี่นั้นถึงมากับอึนเชได้"ยุนโฮพึมพำอย่างสงสัย หลังจากที่อึนเชเดินเปิดประตูห้องเรียนนำเข้ามา แล้วตามมาด้วยเซจินกับรุ่นพี่ซีวอน ที่ยังตามาตื้อขอให้เซจินช่วยไม่เลิก อึนเชได้แต่มองเขาอย่างระอา เพราะรู้ฤทธิ์ลูกตื้อของรุ่นพี่คนนี้ดีอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่พวกเขามาช้าเลยต้องมานั่งกันอยู่หลังห้อง โดยมีสายตาของยุนโฮและแจจุงจับจ้องมาอย่างไม่ไว้ใจ

"นายว่าเขาจีบใคร"มิกกี้ถามขึ้นมาอย่างกวนๆ ทั้งสองคนหันไปมองเขาตาขวาง

"จะจีบใครก็ไม่ได้ทั้งนั้นแหล่ะ"ทั้งยุนโฮและแจจุงตอบมาเป็นเสียงเดียวกัน มิกกี้ได้แต่ยักไหล่ยิ้มขำเบาๆ

"ก็ฉันบอกไปแล้วยังไงล่ะค่ะ ว่าไม่ได้ๆ"เซจินกระซิบกลับอย่างรำคาญ เมื่อซีวอนยังตื้อไม่เลิก

"อะไรกันเล่า ก็แค่ไม่กี่วันเอง เอาวันที่เธอว่างๆก็ได้ ช่วยไปเป็นคู่ซ้อมให้อึนเชหน่อย อย่างนี้อึนเชก็จะไปซ้อมที่โรงฝึกมหาลัย"ซีวอนเสนออย่างมีความหวัง เซจินได้แต่นิ่วหน้าอย่างหนักใจ

"แต่ฉันเลิกเล่นไปแล้วน่ะค่ะ อีกอย่างรุ่นพี่บอกเองว่า ห้ามคนนอกเข้า แล้วฉันซึ่งไม่ได้เป็นนักกีฬาของมหาลัย จะไปซ้อมที่นั้นได้ยังไงล่ะ ฉันว่ารุ่นพี่หาทางอื่นเถอะ"เซจินถอนหายใจอย่างเซ็งๆ

"นี่ เธอไม่เห็นความสำคัญของคำขอร้องฉันเลยใช่มั้ย มันเป็นความเป็นความตายของทีมน่ะ"ซีวอนเบะปากอย่างหนักใจเหมือนกัน อึนเชเหล่มองสองคนนี้ที่นั่งซุบซิบกันไปมา ไม่ต่างอะไรจากแจจุงที่ตัวอยู่หน้าห้อง แต่สายตาจับจ้องมาหลังห้องตลอดเวลา

"อึนเช"

"เซจิน"

เสียงเรียกสองสาวดังขึ้น จากคนละคนแต่โทนเสียงเดียวกันเปี๊ยบ เมื่ออึนเชกับเซจินที่เดินนำออกจากห้องมาคนแรกๆ เพราะนั่งหลังห้องเมื่อหมดชั่วโมงแล้ว พวกเธอหันมามาทางต้นเสียงอย่างนิ่งๆ

"อ้าว พวกนาย มีอะไรเหรอ"เซจินเลิกคิ้วถามแจจุง เขาไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่าดึงเซจินมายืนข้างๆ พลางมองซีวอนด้วยสายตาข่มขู่ เจ้าตัวที่ถูกมองก็มองตอบกลับไปด้วยสายตางงๆ

"อึนเช เธอมานี่มา"ยุนโฮเดินรี่ไปดึงแขนอึนเชมาข้างๆ พลางมองซีวอนด้วยสายตาดุเดือดยิ่งกว่า แต่ดูเหมือนคราวนี้ซีวอนจะมองตอบโต้ไปอย่างเย็นชา มิกกี้ที่ยืนอยู่ข้างหลังยิ้มขำๆไปกับท่าทางของเพื่อน

"งั้นฉันไปเรียนก่อนดีกว่า เอ่อเซจิน อย่าลืมที่สัญญาไว้ล่ะ อึนเช...ยังไงเธอก็หนีฉันไม่รอดหรอก"ซีวอนทิ้งท้ายไว้ก่อนเดินลิ่วออกไป ทิ้งให้แจจุงกับยุนโฮมองตามเขาไปอย่างโมโห ก่อนหันกลับมามองเซจินกับอึนเชอย่างคาดคั้น

"เธอไปสัญญาอะไรกับเค้า..."

"อึนเชนี่มันเรื่องอะไรกัน..."

แจจุงถามขึ้นมาพร้อมกับยุนโฮ อึนเชเบะปากน้อยๆแล้วยักไหล่ไม่ตอบ แล้วเดินนำไป ยุนโฮเลยรีบเดินตามไปคาดคั้นให้ได้ ส่วนเซจินกอดอกมองหน้าแจจุงอย่างเคืองๆ

"นี่ แจจุง ฉันไปสัญญาอะไรกับใครมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วยไม่ทราบ"เซจินช้อนตามองเขาอย่างไม่พอใจ แจจุงมีท่าทีเก้อไป ส่วนมิกกี้ที่ยังอยู่ข้างๆยิ้มเยาะๆอยู่ด้านหลัง

"ขำอะไรของนาย มิกกี้"เมื่อเล่นงานใครไม่ได้ แจจุงเลยมาลงที่มิกกี้ ที่ไม่รู้ไม่ชี้ด้วยทันที

"อะไร ก็คนขำไม่ได้หรือไง"มิกกี้นิ่วหน้ามอง

"อึนเช เมื่อไหร่เธอจะเลิกให้ความหวัง นายซีวอนอะไรนั้นสักที"ยุนโฮตวัดเสียงอย่างโมโห อึนเชที่นั่งอยู่บนม้านั่งริมแม่น้ำ เงยหน้ามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์

"ความหวังบ้าบออะไรของนาย"อึนเชนิ่วหน้าใส่

"คราวก่อนก็ทีล่ะ ตอนที่เราเข้ามหาลัยนี้ใหม่ๆ นายซีวอนอะไรนั้นก็ตามเธอไม่หยุดหย่อน ให้เธอไปฝึกกับทีมมหาลัย จนเธอใจอ่อนยอมไปซ้อมร่วมด้วย แล้วคราวนี้อะไรอีกล่ะ เข้าทางเซจินจะมาตีสนิทอะไรเธออีก หรือในใจหมอนั้นไม่ได้คิดอยากจะเป็นคู่ซ้อมกับเธออย่างเดียวใช่มั้ย"ยุนโฮคิ้วขมวดรัวถามเป็นชุด จนอึนเชชักสีหน้า

"อย่าทำตัวน่ารำคาญน่า ยุนโฮ"อึนเชพูดนิ่งๆ ยุนโฮเริ่มไม่พอใจ

"อะไรน่ะ น่ารำคาญเหรอ"เขาทวนอย่างไม่เชื่อหู อึนเชเลิกคิ้วมองนิ่งๆ

"อือ ทำไม ทำอย่างกับตั้งแต่คบกันมานายไม่เคยโดนฉันว่าหรือไง"อึนเชมองนิ่งๆ ยุนโฮมีสีหน้าเจ็บปวดขึ้นมา

"ใช่ อึนเช แต่ไม่ใช่เพราะมีสาเหตุมาจากผู้ชายคนอื่น"ยุนโฮมองเธออย่างจับผิด อึนเชเงยหน้ามองเขาอย่างระอา

"ยุนโฮ ถ้านายยังเป็นอย่างนี้ก็อย่ามายุ่งกับฉันนักเลย"อึนเชพูดอย่างรำคาญในที่สุด ทำเอายุนโฮอึ้งไปทันที

To be continue...

2007/Mar/20




"นี่ เซจิน ยืมเล็คเชอร์หน่อยดิ"แจจุงเอ่ยขึ้นหลังจากเดินมาตามทางเดินไปที่ห้องเรียน

"ไม่ให้"เซจินหันไปตอบอย่างรวดเร็ว ทำเอาแจจุงขมวดคิ้วมองทันที

"ทำไมอ่ะ ยืมแค่นี้ทำเป็นงก"แจจุงเบะปาก เซจินหันมามองหน้าเขาเอือมๆ

"ฉันจะให้ยืมก็ต่อเมื่อนายมีความจำเป็นจริงๆ"เซจินหยุดเดิน

"ฉันก็มีความจำเป็นจริงๆนี่ เมื่อเช้าฉันไม่ได้ตั้งใจมาสายสักหน่อย"แจจุงทำหน้างอๆ

"การแฮ้งค์จนมาเรียนไม่ทันเค้าไม่เรียกว่า เหตุจำเป็นหรอกน่ะ"เซจินกอดอกตีหน้าดุ

"ก็ช่วยไม่ได้นี่ มิกกี้มันชวนให้กินเป็นเพื่อนนี่"แจจุงหน้ามุ้ย

"แล้วไง มิกกี้ยังมาเรียนทันเลยเมื่อเช้า"เซจินเลิกคิ้วมองเขา มิกกี้ที่เดินตามมามองสองคนนี้เถียงกันด้วยสีหน้าเฉยๆ ก่อนเดินเข้าห้องเรียนรวมไป

"ยุนโฮก็ด้วย โน่นมาก่อนนายซะอีก"เซจินพยักเพยิดเข้าไปในห้องเรียนรวม ที่ตอนนี้ยุนโฮนั่งเอาหัวพิงพนักรอเวลา ข้างก็เป็นอึนเชที่นั่งเปิดหนังสือไปมาอย่างเซ็งๆ

"ก็เจ้าพวกนั้น..."

"ยังไงก็เถอะ นายน่ะมันพวกไม่มีความรับผิดชอบต่อตัวเอง ไม่รู้จักหน้าที่ตัวเองหรือไงฮ่ะ"เซจินตั้งหน้าตั้งตาสวดเซจินต่อไป

"ก็ได้ๆ ฉันมันไม่ดีเอง แค่นี้พอใจยังอ่ะ ...เอาเล็คเชอร์มาให้ยืมได้แล้ว"แจจุงแบมือขออย่างรำคาญ เซจินเบะปากมองเขาอย่างระอา ก่อนค้นในกระเป๋าสะพายใบใหญ่ แล้วยื่นให้อย่างตัดรำคาญ เป็นภาพที่เห็นจนคุ้นตา ที่ขวัญใจสาวๆค่อนมหาลัยอย่างแจจุงมายืนคอยรอไถเล็คเชอร์ของ ขวัญใจหนุ่มๆครึ่งมหาลัยอย่างเซจิน ตอนแรกอาจจะมีคนกรี๊ดกร๊าดด้วยความอิจฉาบ้าง แต่ตอนนี้...ชินกันไปแล้ว

"ฉันไม่เข้าใจนายเลยจริงๆ สาวๆทั่วมหาลัยไล่วิ่งยื่นเล็คเชอร์ให้นายยืมเยอะแยะ บางคนยกให้เลยก็มี ไม่เอามาซะละ มายืมฉันอยู่ได้ รำคาญ"เซจินบ่นก่อนเดินกระแทกเท้าเข้าห้องเรียนไป

"เอาน่า ก็ฉันอ่านลายมือเธอออกสุดแล้วนี่"แจจุงยิ้มให้สมุดในมือระหว่างเดินตามเข้ามาด้วย เซจินนั่งลงที่ว่างข้างอึนเช แจจุงนั่งต่อจากเธอ ในขณะที่มิกกี้นั่งเล่นเกมในมือถืออยู่ข้างๆยุนโฮ ในปีแรกของการเรียนทั้ง 5 แทบจะได้เจอกันทุกวัน เพราะเรียนวิชาพื้นฐานด้วยกันหลายวิชา ยุนโฮกับอึนเชที่อยู่คนละคณะกับพวกแจจุง มิกกี้ แล้วก็เซจินก็ได้เจอกันบ่อยๆ มีเพียงเซียและชางมินนี่แทบไม่เจอเลยเพราะอยู่กันคนละมหาลัย



"เอาหัวออกไป"อึนเชพูดขึ้นนิ่งๆเมื่อเรียนไปได้สักพัก แล้วหัวยุนโฮมาพิงอยู่ที่ไหล่เธอ

"ขอสองวิ ง่วงจริงๆ"ยุนโฮพูดพลางหาวออกมา อึนเชมองตรงไปที่หน้าห้องเรียนที่อาจารย์กำลังสอนอยู่ ไม่ได้สนใจหันมามองยุนโฮเลย

"เอาหัวออกไป"อึนเชพูดขึ้นอีกรอบ ยุนโฮผู้รู้ดีว่าถ้าพูดรอบที่สามจะเป็นยังไง เลยค่อยๆนั่งตัวตรงๆในที่สุด

"ใจร้าย"ยุนโฮบ่นพึมพำก่อนหันไปหามิกกี้ที่นั่งตั้งใจฟังอาจารย์อยู่

"นี่ นายจะขยันไปไหนน่ะ"ยุนโฮอดพูดขึ้นมาไม่ได้ มิกกี้หันมามองเขาเซ็งๆ

"แล้วไม่งั้นให้ทำอะไร ดูพวกนายทะเลาะกันงั้นเหรอ"มิกกี้เหล่มองเขานิ่งๆ

"ไหนใครทะเลาะกัน พวกเรารักกันจะตาย เนอะ"ยุนโฮหันไปยิ้มให้อึนเช ที่ตอนนี้ก้มลงหาหนังสือการ์ตูนอ่านเรียบร้อยแล้ว ยุนโฮส่ายหัวเบาๆว่าแล้วว่าต้องนั่งเรียนได้ไม่นาน

"ไหนบอกจะเรียนไง"ยุนโฮกระซิบถามแฟนสาวของเขา พลางก้มลงอ่านการ์ตูนที่อึนเชอ่านอยู่ด้วย

"ก็มันน่าเบื่อออก ฉันไม่ชอบเรื่องจิตวิทยานี่สักเท่าไหร่"อึนเชเบะปากน้อยๆ พลิกการ์ตูนหน้าต่อไป

"เฮ้อ ทำไงได้ นี่เป็นวิชาพื้นฐานนี้น่า"ยุนโฮนั่งเอาหลังพิงพนักอย่างเซ็งๆ

"แล้ววันนี้ไปซ้อมอีกหรือเปล่า"ยุนโฮหันมาถามอึนเชอีกครั้ง เธอแค่พยักหน้ารับน้อยๆ

"เอาเข้าไป เราไม่ได้ไปไหนด้วยกันกี่เดือนแล้วล่ะ"ยุนโฮกรอกตาไปมา อึนเชหันมาเลิกคิ้วมองเขา

"ก็เวอร์ป่ะ มันไม่ขนาดนั้นหรอกน่า"อึนเชมองเขา ยุนโฮหันมามองตอบเคืองๆ

"งั้นวันนี้เลิกเร็วๆน่ะ"ยุนโฮยิ้มต่อรอง อึนเชเบะปากน้อยๆก่อนพยักหน้ารับ ยุนโฮเลยยิ้มกว้างอย่างดีใจ โดยมีสายตาสองคู่ที่ฉายรังสีความอิจฉาตรงมาที่พวกเค้า หนึ่งนั้นคือแจจุงเจ้าเก่า สองคือมิกกี้ที่ออกอาการหน่ายๆที่ตัวเองก็เลิกกับแฟนมานานละ ยังต้องมาทนดูคนมีแฟนมันมาสวีทกันตรงหน้า



"เธอๆ นั้นมันคิมแจจุงกับลีเซจินหรือปล่าวน่ะ"กลุ่มเพื่อนผู้หญิงเปิดฉากซุบซิบทันที ที่เข้าร้านอาหารข้างมหาลัยมา แล้วเจอแจจุงกับเซจินนั่งอยู่ด้วยกันอยู่ก่อนแล้ว

"ดาวเด่นของปีหนึ่งน่ะเหรอ สองคนนี้อยู่คณะบริหารทั้งคู่เลยนี่ ท่าทางสนิทกันจัง"พวกเธอยังเม้าท์กันต่อไปหลังจากหาโต๊ะนั่งได้แล้ว

"ทำไมถึงสนิทกันไวจัง ...ฉันจำได้ว่าลีเซจินนี่เป็นเด็กนอกนี่น่า พึ่งกลับมาจากอเมริกา แล้วมารู้จักกับแจจุงได้ยังไงล่ะ"

"เธอไม่รู้อะไร เธอรู้จักนาอึนเชมั้ย เด็กปีหนึ่ง คณะนิติศาสตร์น่ะ"เพื่อนอีกคนกระซิบชื่ออึนเชออกมาอย่างหวั่นๆ

"อ่อๆ รู้จักสิ เด็กที่หน้าตาสวยๆว่าที่ดาวมหาลัยอีกคน แต่ดันไปเตะพวกรุ่นพี่ที่เข้ามาจีบตั้งแต่วันแรกเลยน่ะเหรอ"เพื่อนอีกคนรีบพยักหน้ารับ

"ใช่ๆคนนั้นแหล่ะ เธอเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันที่มาจากโรงเรียนเดียวกับแจจุงไง แล้วก็ปาร์คยูชอนกับชองยุนโฮเด็กใหม่ที่หล่อๆนั้นก็ใช่ พวกเค้าเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน "

"เฮ้อ จะว่าไปสองคนนี้ก็หล่อลากเหมือนกันเลยน่ะ เสียดายยุนโฮไม่น่ารีบมีแฟนเลย คะแนนเลยตก ยูชอนเลยนำอยู่นิดหน่อย"พวกนั้นหัวเราะกันกิ๊กกักเมื่อพูดถึงเรื่องหนุ่มๆ

"ก็นั้นแหล่ะ พวกนี้เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันหมดเลย แล้วเซจินก็เป็นเพื่อนกับอึนเช ก็เลยสนิทกับแจจุงยังไงล่ะ"พวกเพื่อนๆที่นั่งอยู่ด้วยเลยพากันพยักหน้าอย่างเข้าใจ

"มิน่าล่ะ เจอพวกนี้อยู่ด้วยกันบ่อยๆ ฉันริก็อุตส่าห์ลุ้นนึกว่าจะมีเรื่องให้เม้าท์กระช่อนมหาลัยซะละ"

"นี่ มันจะไม่ยุติธรรมเกินไปหรือปล่าว แจจุงน่ะก็หล่อลากหน้าตาดีซะขนาดนี้ เซจินก็นางงามมาแต่ไกล มาเป็นแฟนกันเองอย่างนี้ก็เซ็งแย่ดิ"

"โหยยย ฉันว่าสองคนนี้เหมาะสมกันดีออก หนุ่มหล่อก็ต้องคู่กับสาวสวยสิ ไม่เชื่อพอเราลองปล่อยข่าวเรื่องนี้ออกไป คอยดูกันมั้ยล่ะว่าจะมีคนต่อต้าน หรือสนับสนุน"เพื่อนในกลุ่มหัวเรากันอย่างสนุกสนาน



"จะเอาไง เข้าไปบอกเลยดีมั้ย ว่าหยุดพูดเรื่องนี้ซะที เพราะฉันได้ยินหมดแล้ว"แจจุงหันมาถามเซจิน หลังจากนั่งฟังตัวเองโดนเม้าท์อยู่นาน หลังจากที่พวกเขาเลิกจากวิชาที่ลงเรียนกันเพียงแค่สองคนเท่านั้น เลยต้องมานั่งรอเพื่อนๆเลิกเรียนกันที่นี่ เซจินเบะปากน้อยๆ

"เซ็งจะตายชัก ทำไมพวกนี้ไม่ยุ่งเรื่องของตัวเองไปน้า"เซจินหน้าบึ้งก่อนก้มลงอ่านหนังสือต่อ

"แล้วเจ้าพวกนั้นทำอะไรอยู่น้า ทำไมช้าจัง ที่จริงป่านนี้น่าจะเลิกได้แล้วน้า"แจจุงมองไปที่หน้าร้าน ก่อนที่จะเห็นว่ากลุ่มสาวๆที่จับกลุ่มเม้าท์พวกเขานั่งเงียบไปมองไปที่หน้าร้านตาค้า
ง เพราะตอนนี้มิกกี้เดินนำเข้าร้านมาแล้ว พร้อมกับยุนโฮและอึนเช แต่ไม่ได้มีเพียงแค่พวกนั้น ยังมีชางมินกับเซียผู้ที่แยกออกไปเรียนมหาลัยอื่นกันสองคนเดินตามมาติดๆ ทำเอาแจจุงกับเซจินยิ้มออกมาอย่างแปลกใจ อึนเชไม่วายส่งสายตาเย็นชาไปที่คนกลุ่มนั้นที่มองตามพวกเค้ามาไม่เลิก แม้จะนั่งลงกับที่แล้วก็ตาม

"เฮ้ย ทำไมมานี่กันได้ล่ะ"แจจุงรีบกอดคอชางมินถามอย่างดีใจ ชางมินยิ้มน้อยๆ

"ก็วันนี้พอดีพวกฉันเซ็งๆเลยหาเรื่องโดดเรียนหน่อย เอาแต่เรียนวิชาพื้นฐานมันก็น่าเบื่อเหมือนกันน่ะ"ชางมินถอนหายใจเซ็งๆ เซียยิ้มเสริม

"ช่าย น่าเบื่อจะแย่ ยิ่งไม่มีพวกนายนั่งเรียนอยู่ด้วยเหมือนเคยยิ่งเซ็งใหญ่เลย"เซียทำหน้ามุ้ย

"พวกนายก็เลยมานั่งเรียนวิชาพื้นฐานที่มหาลัยพวกฉันแทนว่างั้นเหอะ"มิกกี้หันไปยิ้มล้อๆ

"ฮ่ะ ฮ่า ทำไงได้ ก็มันเบื่อนี่น่า"ชางมินยิ้ม

"เฮ้ ว่าแต่แจจุงนายยังป็อปเหมือนเดิมเลยนี่หว่า ดูดิคนมองมาที่พวกเรากันใหญ่"เซียพูดพลางมองไปรอบๆ ที่คนในร้านต่างมองมาที่พวกเค้าเป็นตาเดียว

"มองฉันคนเดียวที่ไหน คุณปาร์คยูชอนเค้าก็ป็อปแข่งกับผมน่ะครับ"แจจุงพยักเพยิดไปทางมิกกี้ที่ยิ้มเซ็งๆ

"คนไม่มีแฟนเรตติ้งมักดีกว่าเฟ้ย"แจจุงยิ้มสะใจ ในขณะที่มิกกี้ยิ้มแปลกๆเมื่อได้ยินว่าเค้ากลายเป็นคนไม่มีแฟนไปซะละ ...ไม่คุ้นเลยแม้มันจะหลายเดือนแล้วก็เถอะที่เป็นโสดอย่างนี้มา เพื่อนๆในโต๊ะก็มองเห็นว่าเค้าเริ่มซึมเลยเปลี่ยนเป้าหมายเล่นงาน

"แย่แล้วยุนโฮ งั้นนายก็เรตติ้งตกอยู่คนเดียวอ่ะดิ"เซียหันไปมองอย่างเป็นห่วง ยุนโฮหันมามองเซ็งๆ

"ช่างเหอะ ไม่ต้องมีใครมาสนใจฉันหรอก ...แค่อึนเชสนใจฉันคนเดียวก็พอแล้ว"ยุนโฮยังไม่วายหยอด เพื่อนๆต่างมองมันเอือมๆ อึนเชที่แค่หันมามองหน้าแล้วส่ายหัวระอาอย่างเคย

"นี่ ฉันว่าเรามาพร้อมกันแล้วก็ไปเหอะ ฉันไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาอย่างนี้เลย"เซจินเก็บของชวนลุก ซึ่งอึนเชเด้งตัวลุกขึ้นก่อนคนแรก เพราะรำคาญมากแล้วด้วย

"นี่ ป้า มองอะไรอยู่ได้ หัดหุบปากมั่งน่ะ"อึนเชหันไปพูดหน้าตายกับกลุ่มสาวๆที่นั่งเม้าท์แจจุงกับเซจินเมื่อกี๊ ก่อนเดินออกมาอย่างเฉยชา แล้วทันทีที่พวกเค้าเดินพ้นประตูร้านมาพวกนั้นก็เริ่มต้นเม้าท์กันอีกรอบ

"แล้วพวกเราจะไปไหนกันเนี่ย"แจจุงหันไปถามอย่างสนใจ

"ก็ไปกินข้าวร้านแม่อึนเชไงเล่า เซียมันบ่นอยากกิน"มิกกี้ตอบแทน

"เออดีๆ ฉันไม่ได้กินข้าวร้านแม่อึนเชนานแล้วเหมือนกัน"แจจุงหน้าตาระรื่นขึ้นมาทันที

"จะบอกว่าไม่ได้กินข้าวฟรีมานานแล้ว ก็พูดออกมาเถอะ"เซจินมองเขาเอือมๆ แจจุงถลึงตาใส่เธอ

"นี่เซจิน ทำไมเธอ...ชอบพูดเรื่องจริงอยู่เรื่อยเลยอ่ะ"แจจุงหัวเราะแห้งๆ ส่วนเซจินยิ้มขำเค้าน้อยๆ



"เป็นไงเซจินที่ร้านไปได้ดีมั้ย แล้วคุณป้าหายดีหรือยังเนี่ย"แม่อึนเชเดินมาคุยกับเซจิน หลังจากที่พวกเค้ากินข้าวกันเสร็จแล้ว

"ออกจากโรงพยาบาล กลับไปพักฟื้นที่บ้านต่างจังหวัดแล้วล่ะค่ะ ช่วงนี้หนูก็ดูร้านเหมือนเดิม"เซจินถอนหายใจน้อยๆ

"มีอะไรให้ช่วยก็บอกป้าได้เลยน่ะ ยังไงพ่อแม่เราก็เป็นเพื่อนป้านะ"แม่อึนเชยิ้มอย่างอ่อนโยน

"ค่ะ แต่ตอนนี้ร้านเริ่มอยู่ตัวแล้วล่ะค่ะ คงไม่มีปัญหาอะไรมาก"เซจินยิ้มขอบคุณ

"อ้าว เซจิน ไม่เจอกันนานน่ะ"แล้วบุคคลที่เซจินคาดอยู่แล้วว่าจะเจอก็ปรากฏตัวขึ้น

"อาจารย์"เซจินเปล่งออกเสียงออกมาน้อยๆ พ่ออึนเชเดินยิ้มเข้าร้านมา

"เป็นยังไงเรา ไม่เจอกันเกือบสิบปีเลยน่ะเนี่ย เป็นสาวแล้ว"พ่ออึนเชหรืออาจารย์ของเธอและพี่ชาย ลูบผมเธออย่างเอ็นดู เซจินพยายามกัดฟันฝืนยิ้มออกไป แต่แววตาที่เต็มไปด้วยน้ำตานั้น พ่ออึนเชก็เห็นอยู่ดี

"มานี่เถอะ ฉันมีอะไรให้เธอดูด้วย"พ่ออึนเชพาเซจินเดินออกจากโต๊ะมา ด้วยสายตาเป็นห่วงของอึนเช ชางมิน ที่รู้ดีว่าตอนนี้เซจินกำลังคิดอะไรอยู่ แจจุงเองก็ลอบมองตามไปอย่างเป็นห่วง



"เธอคงเจ็บปวดมาสิน่ะ เรื่องของจุนกิ ถึงมันจะผ่านมาหลายปีแล้วก็เถอะ"พ่ออึนเชพูดยิ้มๆ หลังจากพาเซจินมานั่งลงที่ชิงช้าในสวนด้านข้างร้าน เซจินยิ้มนิ่งๆแทนคำตอบ

"ฉันรู้น่ะว่า คนเป็นอาจารย์ไม่ควรมีลูกศิษย์คนโปรด แต่พี่ชายเธอเป็นลูกศิษย์ที่ฉันภูมิใจ และก็เป็นคนที่เก่งที่สุดที่ฉันเคยสอนเลย"พ่ออึนเชยิ้มอย่างอ่อนโยน เซจินเริ่มมีน้ำตาคลอน้อยๆ เธอกลัวมาตลอดที่จะเจอและพูดคุยกับคนที่รู้จักอดีตของเธอ หลายต่อหลายคนที่เธอหนีเวลาเจอ เพียงเพราะกลัวว่าเค้าจะพูดถึงพี่ชายของเธอ และเธอจะอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา ...เธอไม่เคยทำได้เลยเมื่อได้ยินใครก็ตามที่เอ่ยชื่อของพี่ชายออกมา แค่คำสามพยางค์ขึ้นต้นมาก็มีอิทธิพลต่อต่อมน้ำตาของเธอแล้ว ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีแล้วก็ตามเถอะ แต่กับอาจารย์ถึงเธออยากจะหนีก็ทำไม่ได้ ใจนึงเพราะเคารพรัก อีกใจเพราะอยากได้ยินเรื่องของพี่ทั้งๆที่ก็เจ็บปวด เพื่อเป็นการยืนยันว่าพี่ชายเคยมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ เคยอยู่ข้างๆเธอจริงๆ เคยฝากรอยระลึกไว้ในช่วงชีวิตของเธอจริงๆ

"ไม่ใช่แค่เธอหรอกน่ะ ที่รู้สึกสูญเสีย ตัวฉันเองก็ด้วย ตอนได้ยินข่าวนี้จากพ่อแม่เธอฉันก็แทบช็อค ลีจุนกิ...เป็นนักเทควันโดที่มีพรสวรรค์มาก เค้าทำให้ฉันภูมิใจในฐานะอาจารย์ เธอเองก็รู้สึกอย่างนั้นใช่มั้ย ภูมิใจในตัวพี่ชายของเธอ"พ่ออึนเชเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล เซจินพยักหน้ารับทั้งน้ำตา พ่ออึนเชยิ้มน้อยๆอย่างอ่อนโยน

"เค้าน่ะ เวลาที่เหนื่อยแทบตายจากการซ้อมก็ไม่เคยคิดจะหยุด เพราะอะไรรู้มั้ย ...เพราะเค้าหันไปเห็นเธอซ้อมหนักพยายามแทบตาย ที่จะหาทางเอาชนะอึนเชให้ได้ยังไงเล่า"เซจินน้ำตาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่ได้ ก่อนจะรีบก้มหน้าหลบดวงหน้าที่กำลังเต็มไปด้วยน้ำตา

"พี่ชายเธอน่ะ เค้ารักเธอมาก เรื่องนั้นฉันรู้ดี ...ไอ้เจ้านี่มันอยู่ติดกับที่รถฉันตลอดแหล่ะ ฉันเอามันติดตัวมาตั้งแต่อึนเชบอกว่าเธอกลับมา หวังว่าจะส่งต่อมันให้เธอตามที่จุนกิเองคงตั้งใจไว้& quot;พ่ออึนเชค่อยๆส่งผ้าคาดเอวสายดำที่ตอนนี้สั้นไปแล้วเมื่อเทียบกับขนาดของผู้ใหญ
่ เธอมองชื่อที่ปักอยู่ตรงปลายสาย ที่ปักด้วยลายมือยึกยือ "ลีจุนกิ" ที่เธอจำได้ว่านั้นคือฝีมือของเธอเอง สายดำเส้นแรกในชีวิตที่จุนกิได้มา แล้วเค้ายื่นมาให้เธอปักให้



"เอ้า ปักให้พี่หน่อยสิ"จุนกิยื่นสายผ้าคาดเอวอะไรดำๆมาให้เซจินก็ไม่รู้

"นี่มันอะไรเนี่ย"เซจินที่ตอนนั้นยังไม่หัดเล่นเทควันโดมองอย่างงงๆ จุนกิยิ้มอย่างภูมิใจ

"สายดำไงเล่า ดั้งสูงสุดของเทควันโด พี่ได้มาแล้วน่ะ"จุนกิกอดอกอย่างภูมิใจ เซจินพลอยยิ้มตามไปด้วย ก่อนจะทำหน้างอตามเดิม เพราะวันนี้เธอพึ่งร้องไห้โหกลับมาจากโรงเรียน หลังจากโดนเพื่อนล้อในวิชางานฝีมือ เกี่ยวกับงานปักผ้าของเธอ

"แล้วพี่มายื่นให้เค้าทำไม"เซจินถามทั้งที่แพงขนตายังชุ่มด้วยน้ำตา จุนกินั่งลงข้างๆน้อง

"ก็...ปักชื่อพี่ให้หน่อยสิ"จุนกิยิ้มกว้าง เซจินหน้ามุ่ยทันที

"พี่จะมาล้อเค้าด้วยอีกหรือไง"เซจินทำหน้างอ จุนกิหัวเราะใหญ่

"อะไรเล่า ถ้าเธอไม่ปักให้พี่แล้วใครจะปัก"จุนกิลูบหัวน้องเบาๆ

"แต่เค้าปักไม่สวย ปักเบี้ยว ปักอุบาวท์น่ะ"เซจินทวนคำที่เพื่อนๆต่างล้อเธอ จุนกิยิ้มน้อยๆ

"ไม่เห็นสนเลย น้องพี่น่ะทำอะไรก็สวยทั้งนั้นแหล่ะ"จุนกิโยกหัวน้องไปมาอย่างเอ็นดู ก่อนเซจินจะค่อยๆยิ้มออกมาน้อยๆ



ความทรงจำที่ไหลเข้ามาให้หัวทำให้เซจินร้องไห้ออกมาอย่างหยุดไม่ได้ ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดีที่ความทรงจำเหล่านั้น ยังไม่จางหายไปแม้จะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม พ่ออึนเชได้แต่มองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน เซจินที่กุมสายคาดเอวสีดำๆนั้นไว้กับหน้าอก น้ำตาไหลออกมาเองโดยแทบไม่มีแรงสะอื้น

"คนที่ยังอยู่ก็ยังต้องมีชีวิตต่อไป ...ที่ทำได้ก็เพียงคิดถึงคนที่จากไปเท่านั้นล่ะ แต่อย่าไปยึดติด อย่าไปขังตัวเองอยู่ในนั้น ...คนที่จากไปคงไม่สบายใจนักหรอก ที่คนที่เค้าทิ้งไว้ภายหลังต้องมาเจ็บปวดเพราะเค้าอย่างนี้"พ่ออึนเชพูดขึ้นนิ่งๆ เซจินเงยหน้ามองเขา

"จุนกิ คงไม่ดีใจ ที่มองลงมาแล้วเห็นเธอต้องเจ็บปวดเพราะเค้า เค้าไม่ดีใจแน่"เซจินหลุบตาลงต่ำ

"ลีเซจิน เธอต้องทำตัวให้เข้มแข็ง สมกับที่เป็นน้องสาวของลีจุนกิรู้มั้ย หมอนั้นน่ะเจ็บแทบตายแค่ไหน ก็ไม่เคยร้องไห้ออกมาสักครั้งเลย เธอก็ต้องเข้มแข็งเหมือนกัน เข็มแข็งเข้าไว้น่ะ"พ่ออึนเชตบไหล่เธอปลอบใจ



"จุนฮีจ้า"เซียเรียกจุนฮีแฟนของเขาซะเสียงหวาน เมื่อเธอเดินตามเข้ามาสมทบในร้านของเซจิน จนยุนโฮหันไปเหล่มองเขาที่มาเรียกน้องสาวของเขาซะขนาดนั้น ชองจุนฮีน้องสาวสุดหวงของยุนโฮที่สูญเสียความสามารถในการออกเสียง ยิ้มทักทายทุกคนก่อนนั่งลงข้างๆเซียกับยุนโฮ

"โหย งานรวมญาติหรือไงค่ะเนี่ย"ยุนชินเฮญาติผู้น้องของอึนเชพูดทักทายขึ้น หลังจากเดินตามเข้าร้านมาอย่างร่าเริง พลางยิ้มน่ารักๆตามแบบของเน็ตไอดอลที่กำลังมาแรงของเธอ

"ไม่ถึงกับขนาดนั้นหรอกน่า ว่าแต่ทำไมวันนี้ว่างล่ะ"ชางมินถามหลังจากชินเฮมานั่งลงข้างอึนเชกับเซจิน

"ก็วันนี้เสร็จงานไวไงล่า คิดถึงเค้าก็บอกมาเถอะ"ชินเฮแซวชางมินตามความเคยชิน จนเจ้าตัวยิ้มออกมานิดๆแทนคำตอบ

"วี๊ดวิ้ววววววววววววววว"เสียงแซวจากแจจุงเจ้าเก่า ที่เริ่มเมาก่อนใครเพื่อน ชางมินหันไปมองเซ็งๆ

"ยังไม่เลิกน่ะไอ้นิสัยนี้"ชางมินหันไปมองเซียอย่างรู้กัน แจจุงยักไหล่ไม่สน

"ฉันนึกว่ามันมีเซจินแล้วจะเลิกอิจฉาเพื่อนแล้วซะอีก"เซียส่ายหัวอย่างระอา

"เฮ้ย ยังไม่ได้คบกันเลยน่า แจจุงมันกล้าจีบเซจินซะที่ไหน"ชางมินเหล่มองแจจุงอย่างเยาะๆ แจจุงที่นั่งฟังอยู่นานล่ะ นั่งมองหน้าเพื่อนอย่างไม่สบอารมณ์

"อีกนานม่ะ จะนินทากันอีกนานม่ะ"แจจุงเลิกคิ้วมอง ชางมินกับเซียยิ้มเยาะอย่างสะใจ

"ก็เมื่อนายเลิกปอด แล้วเดินหน้าจีบเซจินซะทีไงเล่า"เซียยักคิ้วท้าทาย

"เฮอะ จะกล้าเร้อ พอเซจินบอกคำเดียวว่ามีแฟนแล้ว มันยังไม่กล้าทำอะไรเลย รอไปเถอะอีกนานกว่ามันจะกล้า"ชางมินส่ายหัวเซ็งๆ

"นี่ รู้สึกว่าตั้งแต่พวกนายแยกไปเรียนอยู่ที่เดียวกันนี่ จะเข้าขากันมากขึ้นน่ะเนี่ย เดี๋ยวปั้ด"แจจุงทำท่าฮึดฮัด ชางมินกับเซียหัวเราะชอบใจ ตบมือกันอย่างเฮฮา โดยมียุนโฮกับมิกกี้หัวเราะอยู่ข้างๆ



"อะไรของเธอ"เซจินนิ่วหน้ามองอึนเช ที่มองเซจินนิ่งๆ

"วันนี้เธอคุยอะไรกับพ่อฉันน่ะ"อึนเชเลิกคิ้วมอง

"ก็...เรื่อง...พี่"เซจินตอบนิ่งๆ อึนเชพยักหน้านิ่งๆ

"แล้วไง สบายใจขึ้น หรือรู้สึกแย่กว่าเดิม"อึนเชถอนหายใจน้อยๆ เซจินส่ายหัวน้อยๆก่อนยกแก้วขึ้นจิบน้อยๆ

"ก็ไม่ทั้งสองอย่าง ...แต่ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด"เซจินยิ้มนิดๆ

"อืม ก็ดี"อึนเชพยักหน้าน้อยๆ ก่อนยกแก้วตัวเองขึ้นดื่มบ้าง มองไปด้านหน้าเหมือนต้องการพูดอะไรบางอย่าง เซจินหันมามองเธอ

"...ฉันไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น เธอก็คงรู้"อึนเชพูดขึ้นนิ่งๆ เซจินหยักหน้าน้อยๆ

"แต่เธอเป็นเพื่อนฉัน ...ฉันคงต้องยุ่งเรื่องเธอสักครั้ง"อึนเชถอนหายใจ เซจินตั้งใจฟัง

"ฉันว่ามันถึงเวลาที่เธอต้อง...ผ่านมันไปให้ได้แล้วนะ ฉันว่ามันนานเกินไปแล้วที่เธอต้องเบะปากร่ำๆจะร้องไห้ทุกครั้ง ที่มีใครเอ่ยชื่อ 'ลีจุนกิ' "อึนเชพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ก่อนเธอจะหันไปมองเซจินที่ยังไม่ทันไรน้ำตาก็คลอขึ้นมาอีกแล้วด้วยสายตาเอือมๆ

"เฮ้ ฉันไม่เคยมีเพื่อนเป็นคนอ่อนแอน่ะ อย่างน้อยอยู่ต่อหน้าฉันก็อย่าร้องไห้ ไม่ชอบเลยว่ะ"อึนเชเหล่มองอย่างเย็นชา เซจินเลยรีบปาดน้ำตาอย่างรวดเร็ว

"ฟังต่อน่ะ ...แล้วมันก็นานเกินไปแล้วที่เธอยิ้มบนรอยน้ำตาไปวันๆ ทั้งๆที่เธอบอกว่าเธอจะอยู่ที่นี่ต่อเพื่อเผชิญหน้ากับมัน ...แต่นี่มันก็หลายเดือนแล้วน่ะ ถ้าเธอปล่อยเวลาไปอย่างนี้เรื่อยๆ ไม่เพียงแต่เธอคนเดียวแล้วน่ะ ที่ต้องทนเจ็บปวด"อึนเชยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง เซจินนิ่วหน้ามองน้อยๆ อึนเชเลยยกแก้วเหล้าชี้ไปทางแจจุงที่นั่งโวยวายอยู่กับชางมินและเซีย เซจินหันมามองหน้าอึนเชอึ้งๆ

"อย่าบอกน่ะว่าเธอไม่รู้ว่าแจจุงรู้สึกยังไงกับเธอ"อึนเชเลิกคิ้วน้อยๆ เซจินพยายามทำหน้านิ่งๆ

"คนทุกคนมีอดีตเซจิน แต่ทุกคนต่างก็มีวิธีที่จะอยู่กับอดีตของตัวเองอย่างไม่ให้เจ็บปวด ทำไมเธอไม่ทำใจให้มีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงอดีตล่ะ แทนที่จะร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนไม่มีสติอย่างนั้น"อึนเชพูดนิ่งๆ เซจินถอนหายใจแรงๆพยายามไล่น้ำตาที่เริ่มเอ่อออกมา

"ฉันทนมองหน้าเธอที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มฝืนๆมานานล่ะเซจิน เบื่อมากแล้วด้วย เพราะงั้นรีบๆทำให้ได้ซะทีล่ะ"อึนเชตบไหล่เธอเบาๆก่อนลุกออกไป ปล่อยให้เซจินนั่งคิดอะไรไปเงียบๆคนเดียว



"แจจุง ...คิมแจจุง"เซจินยืนกอดอกก้มลงมองสภาพแจจุง ที่ตอนนี้นอนสลบสไลเอาหัวฟุบกับโต๊ะเหล้าอย่างหมดสภาพด้วยสายตาเอือมๆ

"คิมแจจุง ...แจจุง!!!"เซจินหมดความอดทนตวาดเสียงเรียกซะดัง จนแจจุงสะดุ้งตื่นสุดด้วย

"หืมม อะไรๆ"แจจุงหันไปหันมาอย่างมึนๆ เซจินถอนหายใจมองอย่างระอา

"ร้านปิดแล้ว"เซจินบอกแจจุงอย่างใจเย็น แจจุงที่ยิ้มกว้างอย่างมึนๆ

"ปิดก็ปิดไปสิ"แจจุงพูดมึนๆก่อนจะฟุบลงกับโต๊ะอีกครั้ง เซจินเลิกคิ้วมองอย่างงงๆทันที

"เฮ้ยยย แจจุง ตื่นดิ"เซจินเขย่าแขนแจจุงแรงๆ แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับจากคนตรงหน้า เซจินเขย่าแขนแจจุงอยู่นานจนอ่อนแรง

"โอ้ย กินอะไรให้มันเมาขนาดนี้ฟ่ะ"เซจินบ่นพลางถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ก่อนจะขยับไปพยุงแจจุงขึ้นอีกครั้ง ...แต่พอนึกอะไรขึ้นมาได้ก็หยุดชะงักทันที

"...หรือมันจะแกล้งเมาอีกฟ่ะ"เซจินลิ่วตามองคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ เธอเอียงคอมองให้แน่ใจว่าแจจุงเมาหลับไปแล้วจริงๆ

"ฟี้ ฟี้"เสียงลมหายใจแผ่วๆออกมาเป็นระยะๆของแจจุง ทำให้เซจินพอไว้ใจได้บ้าง

"...เอาก็เอา ใครมันจะแกล้งเมาได้เหมือนขนาดนี้เนี่ย"เซจินถอนหายใจก่อนเดินไปเรียกพนักงาน ที่ยังเหลือในร้านมาช่วยกันแบกแจจุง แต่ทันทีที่หันหลังไป ไอ้คนที่มันแกล้งเมาแทบเป็นแทบตายกลับหรี่ตาขึ้นมามอง แล้วหัวเราะคิกคักของมันอยู่คนเดียว ก่อนจะรีบหลับตาลงเมื่อเห็นว่าเซจินเดินกลับมาแล้ว



"ตุบ"แจจุงถูกโยนลงบนโซฟาอย่างไร้ความปราณี เมื่อเซจินเป็นคนพยุงแจจุงต่อเข้ามาในห้องพักเพียงคนเดียว

"ฮึ่ยยย น่ารำคาญชะมัด ...ทำป้ายปิดหน้าร้านห้ามมันเข้าร้านเราเลยดีมั้ยเนี่ย"เซจินบ่นอุบก่อนยืนท้าวเอวเอียงคอมองแจจุงอย่างไม่สบอารมณ์

"เอาไงต่อดีฟ่ะ"เซจินเกาหัวเซ็งๆ มองแจจุงที่ยังนอนนิ่ง พฤติกรรมอันไม่น่าไว้ใจที่ผ่านมาของแจจุง เมื่อคราวที่เซจินหลวมตัวพาแจจุงมานอนพักที่นี่เมื่อคราวที่แล้ว ยังทำให้เซจินไม่วางใจในตัวแจจุงนัก เซจินจึงนั่งมองแจจุงที่นอนหลับสนิทจนมั่นใจแล้วว่า แจจุงเมาหลับไปแล้วจริงๆจึงค่อยวางใจได้

เมื่อเซจินเข้าห้องน้ำไปแล้วนั้นแหล่ะ แจจุงถึงลุกขึ้นมาปิดปากนั่งหัวเราะอย่างดีใจ ที่แกล้งเมาได้เนียนจนเซจินจับไม่ได้ แจจุงจึงฉวยโอกาสตอนเซจินเข้าห้องน้ำ เดินสำรวจห้องเซจิน ที่แม้จะคยเข้ามาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ไม่เคยได้สำรวจได้ทั่ว ที่เค้าอยากรู้เรื่องของเซจินเพิ่มมากขึ้น เพราะนับวันยิ่งรู้จักกัน ก็เหมือนแจจุงเริ่มอ่านเซจินไม่ออกขึ้นทุกวัน ...มันเริ่มทำเค้ากลัวเหมือนกัน



"อะไรเนี่ย"แจจุงเอือมมือไปหยิบถุงผ้าเล็กๆสีชมพูที่วางอยู่ข้างหมอน ที่ตอนนี้สีซีดและเปื่อยหมดแล้วขึ้นมาดู

"เครื่องรางหรอกเหรอ ...โตซะขนาดนี้ยังกลัวผีอยู่อีกหรือไง"แจจุงนิ่วหน้ามองก่อนวางลงที่เดิม ก่อนเดินข้ามไปอีกฝากของห้อง บนโต๊ะหนังสือสิ่งที่ดึงดูดใจเขาอยู่ก็คือรูปของเซจิน ที่ใบแรกคงเป็นรูปครอบครัวของเธอ ในรูปมีพ่อ แม่ เซจิน และเด็กชายที่แจจุงเองก็ไม่คุ้นหน้า แต่รู้สึกว่าจะเป็นพี่ชายเซจินเพราะหน้าตาคล้ายกัน อีกใบข้างๆก็มีรูปเขากับเซจินถ่ายคู่กันกอดคออย่างสนิทสนม ในรูปเป็นใบหน้าของเซจินที่แจจุงไม่เคยเห็น ไม่เคยเห็นเลยจริงๆ รอยยิ้ม แววตา ที่เธอยิ้มแตกต่างจากทุกวันนี้ลิบลับ แม้ทุกคนจะบอกว่าเธอเป็นคนยิ้มสวย ใครเห็นแล้วก็จะยิ้มตามเธอไปทั้งนั้น มันสู้ไม่ได้เลยกับเซจินในสองรูปนี้ ที่เซจินยิ้มกว้างอย่างเปิดเผย แววตาสดใสร่าเริง ไม่เหมือนเธอในวันนี้เลย แจจุงหยุดค้างอยู่กับใบหน้าเซจินในนั้น รอยยิ้มที่ใครได้เห็นก็คงจะล่องลอยเหมือนอย่างเค้า แต่ตอนนี้มันกลายเป็นภาพอดีต แล้วทันทีที่แจจุงได้ยินเสียงกุกกักที่ประตูห้องน้ำ เขาก็พุ่งตัวกลับไปที่โซฟาหลับตาสนิทให้เนียนที่สุด

เซจินเดินเช็ดผมเดินออกจากห้องน้ำมา มองมาทางแจจุงที่หลับสนิท เธอยักไหล่น้อยๆก่อนจะเดินออกไปที่นอกระเบียง แจจุงค่อยๆลืมตาขึ้นมองแผ่นหลังของเธอ สิ่งที่อยู่ในใจเค้าตอนนี้คือ อะไรกันคือสาเหตุให้หญิงสาวที่เคยมีรอยยิ้มร่าเริง สดใส และสวยงามขนาดนั้น ดูหม่นหมองอย่างนี้ ยิ่งคิดแจจุงก็ยิ่งถล้ำลึก อยากรู้เรื่องเซจินมากขึ้นไปเรื่อยๆ



เสียงลมหายใจที่สูดเข้าออกพยายามควบคุมตัวเองของใครบางคนในห้อง ปลุกให้แจจุงที่นอนอยู่ที่โซฟาข้างๆกันลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วเมื่อมองมาที่ต้นเสียงก็เห็นร่างของเซจินบนเตียงที่ลุกขึ้นนั่ง กำลังสั่นไหวสองมือปิดปากแน่นเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาอย่างหนัก

"เซจิน"แจจุงเรียกเธออย่างแผ่วเบา ก้าวลงโซฟามานั่งลงข้างๆเธอบนเตียง แม้เธอจะพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้ออกมา แต่น้ำตาที่เอ่อล้นออกมานอกดวงตานั้น เธอไม่สามารถควบคุมมันได้เลย เซจินพยายามหันหน้าหนีแจจุง ซ่อนความอ่อนแอของเธอให้ได้มากที่สุด

"เซจิน"แจจุงเรียกเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แสดงออกซึ่งความห่วงใยชัดเจน พลางจับไหล่เธอให้หันหน้ามาหาเขา แจจุงก้มลงมองหน้าเธอที่พยายามก้มหน้าหนี

"เซจิน ...อย่าร้องเลย"แจจุงลูบผมปลอบเธอ น้ำตาเซจินยิ่งไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

"อ่ะๆ ร้องก็ได้ ร้องออกมาเลย ร้องออกมาเถอะ"แจจุงยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เซจินมองหน้าเขาด้วยดวงตาฉ่ำไปด้วยน้ำตา ก่อนเสียงสะอื้นจะค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ

"โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ"เซจินที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมกอดของแจจุง ที่พยายามลูบหลังลูบไหล่ปลอบให้เธอดีขึ้น เขาเองก็เม้มปากแน่น รู้สึกเจ็บปวดไปด้วยอย่างไม่มีสาเหตุ ถึงแม้ไม่รู้ว่าเซจินร้องเพราะอะไร แต่เห็นเธอต้องทุกข์ทรมานอย่างนี้ มันก็ทำร้ายเขาเหมือนกัน

แจจุงปล่อยให้เซจินร้องไห้จนพอใจ จนเธอเงียบลงในที่สุด จึงค่อยๆพยุงเซจินนอนลงกับเตียงเบาๆ กลัวเซจินที่ตอนนี้ลมหายใจสม่ำเสมอจะตื่นขึ้นมา เขาก้มมองเธอยิ้มๆก่อนจะยันตัวลุกขึ้น

~หมับ~ แจจุงหันไปมองเมื่อข้อมือของตัวเอง ถูกยึดโดยมือของเซจิน ที่ลืมตามองเขาในความมืด

"หืมม์ มีอะไรเหรอ"แจจุงนั่งลงที่เตียงอีกครั้ง ถามเธออย่างแผ่วเบา เซจินมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆพูดออกมา

"...ฉัน...กลัว"เซจินพูดเบาๆ แจจุงที่ตอนนี้มีสีหน้ากระจ่างแล้ว เริ่มทำสายตาเจ้าเล่ห์ใส่เธอ

"จะให้ฉันนอนข้างๆเป็นเพื่อนมั้ยเล่า"แจจุงพูดพลางทำสายตากรุ่มกริ่มขู่เธอ เซจินมองนิ่งๆ แจจุงขำน้อยๆก่อนจะหันหลังกับไปที่โซฟาตัวเอง แล้วต้องหยุดชะงักกึก เมื่อได้ยินประโยคนึงจากเซจิน

"อืมม นอนเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้มั้ย"เซจินพูดนิ่งๆพลางหลบสายตาของแจจุง ที่มองมาอย่างอึ้งๆ เขาค่อยๆยิ้มแล้วหันลงมานอนลงบนเตียงเดียวกับเซจิน

"ต้องกอดด้วยปล่าว"แจจุงถามเล่นๆ ...แต่หวังฟลุ๊ค ...แล้วเขาก็ฟลุ๊คจริงๆ เมื่อเซจินเอือมมากอดแขนเขาไว้แน่น แจจุงที่เริ่มสติกลับมาจึงดึงเซจินเข้ามากอด เขายิ้มๆก้มลงมองเธอ สักพักแจจุงจึงเริ่มสัมผัสถึงความชื้นที่หน้าอกเขา แจจุงก้มลงมองเซจินที่ซุกหน้าอยู่กับแผ่นอกเขา ...กำลังร้องไห้อย่างเงียบๆ แจจุงมองเธอด้วยแววตาห่วงใย เอือมมือลูบผมเธออย่างแผ่วเบา ...ไม่นานนักเซจินก็ผล็อยหลับไปทั้งคราบน้ำตา แจจุงที่ยังลืมตาอยู่ค่อยๆเอือมมือไปเช็ดน้ำตาใสๆที่แก้มของเธออย่างเบามือ

"ฝันดีน่ะ เซจิน"แจจุงยิ้มอย่างอ่อนโยน ให้กับเซจินที่ตอนนี้กำลังหลับไหลสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง



To be continue...

2007/Mar/12

[บทที่ 2] The Day

ตอนเช้าเซจินตื่นขึ้นมาพร้อมความสดใส ร่างกายพร้อมเต็มที่สำหรับการแข่ง แต่จุนกินี่สิหน้าตาหมองคล้ำเพราะอดนอนนั้นเอง โชคดีที่วันนี้เค้ามีแข่งตอนบ่ายเลยมีเวลาเตรียมตัวให้พร้อมหน่อย

"พ่อค่ะ แม่ค๊า หนูไปก่อนน้า"เซจินตะโกนอย่างร่าเริงอยู่หน้าประตู ขณะใส่ร้องเท้า พ่อแม่ที่นั่งกินอาหารเช้าในชุดสูมเตรียมพร้อมไปทำงานเรียบร้อย

"จ้า โชคดีน่ะลูก"แม่ตะโกนตอบกลับมา

"เสียดายที่วันนี้มีประชุมด่วน อดไปดูเลยรอบชิงซะด้วยสิ"พ่อบ่นอย่างเสียดาย

"ไม่เป็นไรค่ะพ่อ รอไปดูวันแข่งชิงชนะเลิศระดับประเทศทีเดียวเลยดีกว่า"เซจินพูดอย่างมั่นใจ จุนกิที่ยืนอยู่ข้างหน้ามองอย่างหมั่นไส้ เมื่อคืนยังฟูมฟายกลัวอยู่เลย เช้ามาหน้าตาสดใสเชียว

"แต่ก็น่าเสียดายนะครับ ถ้าไม่ได้ดูวันนี้อาจจะไม่ได้ดูเซจินแข่งอีกเลยก็ได้"จุนกิพูดล้อๆ เซจินถลึงตาใส่อย่างเคืองๆ

"อ่ะ พอๆ เดี๋ยวน้องก็ไปแข่งสายหรอก ไปกันได้แล้วล่ะ"แม่เป็นคนเข้ามาปราม ก่อนเซจินจะแล่บลิ้นใส่จุนกิแล้วเดินนำไป จุนกิส่ายหน้ามองน้องยิ้มๆก่อนเดินตามไป

"จุนกิ"เสียงพ่อเรียกเอาไว้ก่อน จุนกิหันมามองยิ้มๆ

"ดูแลน้องด้วยล่ะลูก"พ่อสั่งยิ้มๆ จุนกิพยักหน้ารับก่อนรีบตามน้องไป

"ไง ตื่นเต้นล่ะสิ"จุนกิเดินเข้ามาหาเซจิน หลังจากที่เธอเปลี่ยนชุดเทควันโดเรียบร้อยแล้ว เซจินที่นั่งหายใจเข้าออกอย่างประหม่าพยักหน้าอย่างไม่มั่นใจ จุนกิมองหน้าน้องยิ้มระอาก่อนก้มลงควาญหาของในกระเป๋าเป้ ก่อนนิ่วหน้าเมื่อไม่พบของที่หา ก่อนไล่มาล้วงหาในกระเป๋ากางเกง กระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ท แต่ก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ เขานิ่วหน้าคิดก่อนจะตัดสินใจได้

"เซจิน พี่ลืมของน่ะ เดี๋ยวกลับไปเอาก่อนน่ะ"จุนกิพูดขึ้นอย่างรีบร้อน เซจินนิ่วหน้าทันที

"ของอะไรน่ะ เค้าจะแข่งกับอึนเชคู่หน้านี่แล้วล่ะ พี่จะไปไหนอีกอ่ะ"เธอถามอย่างตกใจ จุนกิมีสีหน้าลำบากใจ

"เอาน่า พี่จะกลับมาให้ทัน"จุนกิตบไหล่น้องเบาๆก่อนวิ่งออกจากห้องพักไป เซจินขมวดคิ้วสงสัยของอะไรที่มันสำคัญขนาดนั้น พี่ถึงยอมทิ้งเธอไปอย่างนี้

"อ้อ เซจิน ถ้าพี่กลับมาไม่ทันยังไง ก็ห้ามแพ้อึนเชล่ะ ไม่งั้นไม่ปลอบจริงด้วย"จุนกิวิ่งย้อนกลับมาสั่งยิ้มๆ ก่อนวิ่งกลับออกไป เซจินมองตามไปอย่างหงุดหงิด

"พี่บ้า ทิ้งเค้านะ"เซจินพึมพำอย่างโมโห

"คู่รอบก่อนชิงชนะเลิศ คู่ที่ 1 นาอึนเช - ลีเซจิน"เสียงประกาศทั่วสนาม ทำให้เซจินค่อยๆเดินเข้าไปในสนามอย่างค่อยๆ พลางรวบรวมสมาธิไปด้วย พอเธอเดินเข้าไปในสนามบรรยากาศก็เปลี่ยนไป เสียงเซ็งแซ่ของผู้คนที่เข้ามาดูการแข่งของหลายๆคู่ดังขึ้น เซจินเห็นอึนเชเดินขึ้นมานิ่งๆจากอีกมุมสนามอีกด้านนึง ด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามปกติในเวลาที่เธอแข่ง เซจินอดที่จะสอดส่ายสายตาหาพี่ชายเธอไม่ได้ ป่านนี้น่าจะกลับมาแล้วล่ะ แต่ตรงที่ชางมินยืนอยู่ก็ไม่เห็นมี เซจินถอนหายใจน้อยๆ ยังไงเธอก็ต้องทำให้เต็มที่ คำสอนของจุนกิยังอยู่ในหัว พอก้าวเท้าเข้าสนามต้องลืมให้หมดทุกอย่าง เซจินหลับตาทำสมาธิอยู่ที่ที่นั่งตัวเอง ก่อนกรรมการจะให้สัญญาณออกไป เธอยกหมวกป้องกันสีน้ำเงินสวมก่อนก้าวไปตรงกลาง อึนเชเดินมาประจันหน้ากับเธอ เธอจ้องหน้าเซจินน้อยๆก่อนโค้งคำนับตามสัญญาณ เซจินอดยิ้มไม่ได้เธอคงห่วงอึนเชมากไป เธอดูปกติทุกอย่างไม่มีท่าทางแปลกจากเดิมตรงไหน ยังเยือกเย็นเวลาอยู่ในสนามเสมอ

"เคโซ"เสียงสัญญาณเริ่มต้น ทั้งเซจินและอึนเชต่างเต้นฟุคเวิร์ควนไปรอบ รอจังหวะเข้าทำของแต่ละคน อึนเชเป็นคนได้จังหวะเข้าเตะก่อน ถึงแม้เซจินจะเตะสวนไปทันที แต่อึนเชก็ทำแต้มนำไปได้ก่อน หลังจากนั้นอึนเชก็ไล่เตะซ้ายขวาและถีบเข้ากลางท้องอีก ทำคะแนนนำไปอีก เซจินถอยออกมาหาจังหวะพลางสูดหายใจทำสมาธิไปพลาง อึนเชเต้นรอจังหวะไปรอบๆสีหน้าเธอยังเรียบเฉย เซจินเองก็เลิกกระวนกระวายเรียบร้อยแล้ว เธอมองตรงไปที่อึนเชเพียงคนเดียว และแอบเห็นว่าอึนเชแอบแสยะยิ้มนิดๆเมื่อเห็นสายตาเซจินที่แน่วแน่ขึ้น เซจินขยับเข้าหาอึนเชไล่เตะเธอตามจังหวะ อึนเชขยับหลบอย่างคล่องแคล่ว เมื่อเซจินเตะเข้าท้อง อึนเชก็เตะสวนกลับมาทำคะแนนนำอยู่ เล่นกับอึนเชไม่ง่ายเซจินรู้มาตลอดแต่วันนี้เซจินมีความรู้สึกว่ายังไง วันนี้เธอก็จะเอาชนะอึนเชได้ ไม่รู้ว่าเอาความรู้สึกนี้มาจากไหน แต่มันก็ทำให้ฮึกเฮิมเดินไล่เตะอึนเชจนทำคะแนนเสมอได้ในที่สุด แต่พอใกล้ปมดเวลาต่างคนต่างก็ยังไม่มีใครทำแต้มนำ และเมื่อยิ่งใกล้หมดเวลาต่างคนต่างดูเชิงกันอย่างระวัง เพราะแค่คะแนนเดียวก็หมายถึงชัยชนะ แต่ในช่วงเวลาที่อึนเชขยับเตะเข้ามาเซจินที่จำช่วงจังหวะการยกขาเตะของอึนเชได้แม่น จากการซ้อมด้วยกันนับไม่ถ้วน ยกขาเตะสวนเข้าไปและทำคะแนนนำไปได้ในที่สุด แล้วถึงแม้อึนเชไล่เตะคืนแค่ไหนในช่วงเวลาที่เหลือ คะแนนก็ไม่ขึ้นทำให้เซจินชนะไปได้ในที่สุด

"เย้"เซจินร้องออกมาอย่างดีใจอย่างไม่ปิดบัง หลังจากได้รับการชูมือ อึนเชเดินเข้ามากอดแม้จะมีสีหน้าเซ็งๆเล็กน้อย

"เก่งขึ้นนี่น่าเธอน่ะ"อึนเชพูดยิ้มๆ เซจินยิ้มร่าก่อนหันหลังมองไปรอบๆ แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของจุนกิ

"เซจิน จะไปไหนน่ะ"อึนเชร้องทักขึ้นเมื่อเธอถอดเครื่องป้องกันออกแล้ววิ่งออกจากสนามแข่งไป เซจินไม่ตอบแค่วิ่งออกไปเท่านั้น

เซจินวิ่งออกมาตามหาจุนกิด้านหน้าสนาม เธอยิ้มร่าเริงอยากบอกข่าวดีกับจุนกิไวๆ เซจินวิ่งวนไปรอบสนามด้านนอกก็ยังไม่เห็นจุนกิ เลยวิ่งมารอจุนกิที่หน้าสนามกีฬา พลางมองออกไปตรงฝั่งถนนด้านหน้า ที่เป็นทางมาจากบ้านเธอ รอคอยจุนกิ ไม่นานนักเธอก็เห็นพี่ชายของเธอวิ่งกระหืดกระหอบมา เซจินยิ้มดีใจก่อนวิ่งไปที่ขอบฟุตบาท

"พี่ค่ะ"เซจินตะโกนข้ามฝากถนนไป จุนกิที่กำลังยืนงอเข่าหายใจหอบอยู่ เงยหน้าขึ้นมองน้องสาวใบหน้าท่วมเหงื่อยิ้มออกมา ก่อนชูของที่อยู่ในมือ ของที่เขาอุตส่าห์วิ่งกลับไปเอาที่บ้าน ของที่เขานั่งทำมันมาสองวันให้น้องสาว มันคือซองเครื่องรางที่จุนกินั่งเย็บเอง เซจินยิ้มร่าเมื่อเห็นของในมือ ก่อนจะขยับก้าวขาออกไปแต่กระแสรถที่ไม่หยุด วิ่งสวนกันไปมาอย่างรวดเร็วทำให้เซจินรีบชักเท้ากลับขึ้นมาอย่างตกใจ จุนกิเองก็ตกใจเหมือนกัน ยกมือห้ามน้องทันที

"รออยู่นั้น เดี๋ยวพี่ไปหา ไม่ต้องข้ามมา"จุนกิตะโกนข้ามมาจากอีกฝั่งนึง เซจินพยักหน้าให้ จุนกิยืนรอสัญญาณไฟแดงด้วยท่าทางร้อนรน เซจินยืนรอพี่ชายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พอสัญญาณไฟแดงดังขึ้นจุนกิก็รีบวิ่งข้ามฝั่งมาหาน้องสาวอย่างไว

"ชนะรึปล่าว"นั้นคือคำแรกที่จุนกิถามเมื่อข้ามมาถึง เซจินยิ้มร่าเริง

"ชนะอยู่แล้ว"เซจินยืดอกอย่างภูมิใจ จุนกิยิ้มกว้างอย่างดีใจ

"เพราะเจ้านี่แน่เลย เห็นมั้ย มันช่วยเธอให้ชนะน่ะ"จุนกิส่งซองเครื่องรางลายดอกไม้สีชมพูให้เซจิน ที่รับมาแล้วยิ้มอย่างดีใจ

"ขอบคุณมากน่ะพี่"เซจินยิ้มก่อนเหน็บไว้ที่สายรัดเอวสีดำของเธอ พลางกระชับสายรัดให้แน่นขึ้นกันหล่น

"แข่งรอบ2พร้อมยัง"จุนกิเลิกคิ้วถามน้อง เซจินยิ้มอย่างมั่นใจ

"แน่ซะยิ่งกว่าแน่"เซจินพูดอย่างมั่นใจ จุนกิจับหัวน้องสาวโยกไปมาอย่างเอ็นดู และภูมิใจไปในตัว

"งั้นไปกันเถอะ พี่ต้องเตรียมตัวแข่งตอนบ่ายด้วยเหมือนกัน"จุนกิเดินจูงมือน้องสาวไป สวนทางผู้คนที่เดินออกจากสนามแข่งมา เซจินเดินยิ้มหัวเราะมากับพี่ ก่อนจะรู้สึกว่าสายรัดที่เอวถูกกระตุก เซจินก้มลงมองที่เอวเธอทันที ซองเครื่องรางของเธอหายไปแล้ว เซจินปล่อยแขนจุนกิหันหน้าหันหลังมอง ก่อนจะเห็นว่าซองเครื่องรางของเธอไปเกี่ยวติดอยู่กับกระเป๋าเป้ของคนที่เดินสวนไป เซจินจึงเดินตามไปจนไม่ได้สนใจว่าตนเองเดินไปในทิศทางใด ก่อนจะเดินตามทันแล้วคว้ากลับคืนมาได้ เธอหันหลังจะเดินกลับก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าตัวเองยืนอยู่กลางถนน และสัญญาณไปกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว จุนกิที่วิ่งตามมาแทบบ้าเมื่อเห็นดังนั้น

"เซจิน"จุนกิตะโกนเรียกเธออย่างตกใจ เซจินมองไปตามต้นเสียง สีหน้าหวาดหวั่นอย่างเต็มที่ ก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าสัญญาณไฟเป็นสีเขียวแล้ว รถกำลังแล่นมาและกำลังแล่นตรงมาที่เธออย่างไม่มีทางที่จะหยุดด้วย ชั่วขณะนั้นเซจินหลับตาแน่นเมื่อเห็นแล้วว่าไม่มีทางที่จะหลบได้ทันแน่ เมื่อกระโปรงรถใกล้ตัวเข้ามาเรื่อยๆ

"โครมมม"

"เอี๊ยดดดดดดดดด"

"ปังงงงงงง"

"เอี๊ยดดดดดดดด"

เสียงรถชนเข้ากับร่างๆหนึ่งอย่างแรง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเบรกรถอย่างกะทันหัน ดังลั่นถนนไปหมด เสียงรถเสียหลักหักหลบชนเข้ากับรถคนอื่น โสตประสาทได้ยินเสียงต่างๆได้อย่างชัดเจน เซจินรู้สึกเจ็บแปลบที่ศีรษะร้าวลงไปจนถึงปลายขา แต่ทำไมถึงรู้สึกตัวทั้งๆที่เสียงชนดังสนั่นและแรงมาก แต่เซจินกลับรู้สึกว่าร่างเธอถูกห่อหุ้มอยู่ รู้สึกว่าแรงกระแทกที่ได้รับมันน้อยกว่าที่จะเป็น เซจินที่ยังสติพร่าเลือนแต่สามารถลืมตาขึ้นมองได้ เห็นใบหน้าพี่ชายที่เลือดอาบหน้าอยู่ตรงหน้าเขาหายใจอย่างรวยริน เซจินก้มลงมองตัวเองอย่างตกใจ ก่อนจะเห็นว่าตัวเธอถูกห่อหุ้มด้วยร่างของพี่ชาย ที่โดดเข้ามารับแรงกระแทกแทนเธอภายในพริบตา เซจินมองไปรอบๆอย่างประหวั่นพรั่นพรึง สายตาเต็มไปด้วยความงุนงง ภายผู้คนที่เข้ามารุมล้อมพยายามช่วยเหลือ กลิ่นคาวเลือดที่มากระทบจมูก ทำให้รับรู้ได้ถึงประมาณของเลือด เซจินเริ่มสลึมสลือแต่พอรู้ว่าเลือดนั้นต้องเป็นของพี่ชายเธอแน่นอน เธอพยุงสติมองหน้าพี่ชายที่เริ่มหายใจติดขัด

"พ...พี่"เสียงค่อยๆลอดออกมาจากปากเซจินอย่างลำบาก หางตาของจุนกิที่นอนหายใจอย่างรวยรินกระตุกขึ้นช้าๆ เขาลืมตามองเธอได้อย่างเลือนลาง พอๆกับเซจินที่มองเขาอย่างเลือนลางเหมือนกัน จุนกิพยายามยิ้มปลอบน้องทั้งๆที่เลือดกระอักออกมาจากปาก เซจินร้องออกมาอย่างตกใจ

"พี่"เซจินตะโกนออกมาอย่างลืมความเจ็บปวด แขนของจุนกิยังคงกอดเธอไว้แน่น เขายิ้มให้เธอน้อยๆทั้งๆที่ไม่สามารถขยับร่างกายได้อีกแล้ว

"พี่ พี่ พี่ พี่"เซจินร้องเรียกครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อเห็นจุนกิหายใจแผ่วไปเรื่อยๆ จุนกิที่หลับตาลงไปเพราะความเหนื่อยล้าและพิษบาดแผล ลืมตาขึ้นมองน้อยๆฝืนเต็มที่เพื่อมองหน้าน้องสาวครั้งสุดท้าย

"อยะ...อย่าร้อง...ไห้"จุนกิมองหน้าเซจินที่พร่าเลือนเต็มไปด้วยน้ำตา เธอร้องสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของพี่ชายที่ปกป้องเธอ

"พะ...พี่...จะ...อยู่...กับ...เธอ...อย่าร้อง..."จุนกิพยายามอย่างยิ่งที่จะเปล่งคำพูดออกมา เซจินได้แต่มองใบหน้าของพี่ที่เต็มไปด้วยเลือด จุนกิเริ่มหายใจแผ่วเบาลง เซจินมองหน้าพี่อย่างหวาดหวั่น

"อย่าตาย ห้ามตาย พี่ อย่าตายน่ะ"เซจินที่แม้ร่างกายเธอเองก็อ่อนแรง แต่ฝืนความเจ็บปวดพูดออกมา จุนกิที่ไม่สามารถลืมตาได้อีกแล้วยิ้มน้อยๆ เซจินมองตรงไปด้วยแววตาสั่นไหวหวาดกลัว พยายามมองไปรอบๆ มีผู้คนมุงดูล้อมรอบมากมาย

"ชะ ช่วยด้วย ช่วยพี่...ช่วยเค้า"เซจินร้องตะโกนไม่สนความเจ็บปวดของร่างกาย และเลือดที่ทะลักออกมาตามแรงตะโกนของเธอทันทีที่เห็นหน่วยพยาบาล เธอหันไปส่งยิ้มให้พี่ที่ตอนนี้นอนหลับตานิ่งไปแล้ว

"พี่ มีคนมาช่วยแล้ว รอก่อน รอก่อนน่ะ"เซจินกระซิบแผ่วเบาลงตามแรงที่หมดลงแล้ว ร่างจุนกิไม่มีปฏิกิริยารับรู้อะไร เซจินมองอย่างหวั่นๆใบหน้าพี่นิ่งสนิท ไม่แสดงอาการรับรู้อีกแล้วแม้จะได้ยินเสียงเธอก็ตาม ไม่มีอาการตอบกลับมาแม้แต่น้อย เซจินมองไปทั่วๆด้วยแววตาสั่นไหวน้ำตาคลอเบ้า ก่อนแขนของจุนกิที่กอดป้องกันเธอไว้แน่นตกลงสู่พื้น ไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อสู้กับแรงดึงดูดโลกอีกต่อไป

"พี่!!!"เสียงหวีดร้องของเซจินดังลั่น ก่อนที่หน่วยพยาบาลจะช่วงกันพยุงร่างที่บอบบางของเธอขึ้นมาอย่างระมัดระวัง สายตาที่เริ่มพร่ามัวเพราะบาดแผลที่ได้รับ จับจ้องไปที่ร่างที่นิ่งสนิทของพี่ชายที่ยังนอนนิ่งอยู่กับพื้น นอนจมกองเลือดที่ไหลนองเต็มถนนไปหมด ร่างที่กำลังถูกช่วยกันยกขึ้นเตียงด้วยความระมัดระวังมากกว่า นั้นคือภาพที่อยู่ในโสตประสาทการรับรู้ก่อนเซจินจะค่อยๆหลับตาลง ด้วยความอ่อนล้าของร่างกายและจิตใจ เหนื่อย เจ็บปวด ง่วงนอนเหลือเกิน อยากหลับ...หลับไปพร้อมกับพี่ หลับไปพร้อมกัน...ไป...พร้อมๆกัน รอเค้าก่อนน่ะพี่ รอเค้าด้วย

"เฮือกกกกก"ลีเซจินสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก จากความฝันที่ฝังอยู่ในใจเธอมาตลอดเกือบ10ปีที่ผ่านมา ร่างบอบบางของเธอโยกไหวไปตามแรงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงท่ามกลางความมืด เสียงหอบหายใจกับเสียงหัวใจที่เต้นตุบๆอย่างหนักหน่วง ทำเอาหูของเซจินอื้อไปชั่วขณะ มือเล็กๆของเธอกดทาบลงบนหน้าอกเหมือนพยายามควบคุมหัวใจไม่ให้เต้นแรงจนจะหลุดออกมา ใบหน้าขาวซีดเหงื่อผุดพรายเต็มไรเส้นผม ดวงตาเบิกโพลงมีน้ำตาเอ่อออกมา ริมฝีปากแห้งผาดที่เม้มแน่นพยายามสะกัดกลั้นเสียงสะอื้นที่พยายามดิ้นรนส่งเสียงร้องออกมา ก่อนจะค่อยๆยกมืออีกข้างที่ไม่มีเรี่ยวแรงขึ้นปิดปาก เมื่อไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกแล้ว ร่างบอบบางสั่นไหวไปตามแรงสะอื้นไห้อย่างหยุดไม่ได้ น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้มเป็นสาย ดวงตาที่เต็มไปด้วยแววตาของความเจ็บปวด ก่อนที่เธอจะค่อยๆซุกหน้าลงกับหัวเข่ากอดตัวเองเมื่อไม่สามารถทนทานกับความเจ็บปวดได้อีกแล้ว

ความเจ็บปวดที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปียังคงชัดเจนในหัว และเข้ามาย้ำเตือนอยู่ในทุกค่ำคืนที่หลับตา ผ่านไปเกือบชั่วโมงเซจินถึงจะควบคุมตัวเองได้ เธอค่อยๆเงยหน้าขึ้นแม้ดวงหน้าเธอจะเต็มไปด้วยคราบน้ำตา แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดได้หายไปแล้ว เธอยกมือปาดน้ำตาลูบหน้าลูบตา ก่อนที่ใบหน้าเธอจะปราศจากซึ่งน้ำตา เซจินมองไปรอบๆห้องพลางถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนไปตามเดิม เหมือนว่าเมื่อชั่วโมงก่อนเธอไม่ได้สะดุ้งตื่นขึ้นมา แล้วร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง เหมือนว่ามันคือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำในชีวิตเธอ ทุกคืนที่ตื่นขึ้นมาพบกับความเจ็บปวด ทุกคืนที่ร้องไห้ให้กับคนที่จากไป ทุกคืนที่ตื่นขึ้นมาเพียงลำพัง ...ไม่มีอีกแล้วอ้อมแขนที่เคยปลอบประโลม ที่คอยปกป้องปีศาจจากฝันร้าย อ้อมแขนที่โหยหาตลอดมา...ไม่มีอีกแล้ว

To be continue...

2007/Mar/12

แนะนำตัวแสดง

- คิมแจจุง หนุ่มหน้าหวาน นักศึกษามหาลัย ที่ตอนม.ปลายเนื้อหอมยังไง อยู่มหาลัยเนื้อหอมยิ่งกว่านั้น เค้าเคยมีความหลังฝังใจ เกิดอาการไม่อยากรักใคร ถึงแม้จะมีคนมาเรียงแถวให้เลือกมากมาย แต่มีแค่คนเดียวเท่านั้นแหล่ะที่ใจเขาเปิดรับ แต่ปัญหามันติดอยู่ตรงที่ว่า...เธอยังก้าวข้ามอดีตออกมาไม่ได้นี่สิ

- ลีเซจิน นักศึกษามหาลัยกัน คณะเดียวกันกับแจจุง ที่ป็อปปูล่าห์โดนตามจีบมากที่สุด ด้วยใบหน้าที่มักจะยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา แล้วใครจะรู้ล่ะว่าภายใต้ใบหน้านั้น มันซ่อนรอยน้ำตาอยู่ทุกวัน

นักแสดงรับเชิญ

- ลีจุนกิ พี่ชายแท้ๆของลีเซจิน เป็นชายหนุ่มผู้เพอร์เฟค เรียนเก่ง เล่นกีฬาก็เก่ง โดยเฉพาะเทควันโด เป็นพี่ชายที่รักน้องมาก ยอมทำเพื่อน้องได้ทุกอย่าง

นักแสดงรับเชิญที่ยิ่งกว่าพิเศษ (โผล่มา เมื่ออยากโผล่ เหอ เหอ)

- นาอึนเช เพื่อนสนิทของลีเซจิน ที่ขยับขยายจากเจ้าแม่ม.ปลาย มาเป็นเจ้าแม่มหาลัย ทั้งทั่งมหาลัยเธอใหญ่สุด

- ชองยุนโฮ เพื่อนสนิทแจจุง แฟนหนุ่มของอึนเช เป็นที่พึ่งพาของเพื่อนๆ แต่สิ่งที่สนใจมากที่สุด...ก็คนข้างบนไง

- มิคกี้ เพื่อนกลุ่มเดียวกัน ที่นิสัยจริงๆแล้วบ้าบอคอแตก ออกแนวรั่วๆ แต่ตั้งแต่โดนแฟนทิ้งก็ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ขึ้น...เหรอ?

- เซีย เพื่อนอีกคนที่ตอนนี้เรียนหมออยู่ ความหวังเดียวของเขาในตอนนี้ คือให้แฟนสาวกลับมาพูดได้อีกครั้ง

- ชิมชางมิน คนที่แจจุงไว้ใจจะปรึกษามากที่สุด เป็นเพื่อนกับเซจินตั้งแต่เด็กๆ...เดี๋ยวนี้มีรสนิยม รักเด็ก

- ชองจุนฮี น้องสาวของยุนโฮ แฟนสาวของเซีย สูญเสียความสามารถในการพูดแต่สามารถสื่อทุกอย่างผ่านแววตา

- ยุนชินเฮ เน็ตไอดอลคนสวย ญาติสาวของอึนเช ที่ย้ายเข้ามาในโซล กำลังเป็นดาวรุ่งของวงการ

- เชยองนา เพื่อนสนิทอีกคนของอึนเช ที่แยกไปเรียนกันคนละมหาลัย ห่างจากเพื่อนๆไป เพราะต้องมาช่วยรับผิดชอบเรื่องของที่บ้าน...แฟนเก่ามิคกี้

Intro

...คุณเคยอยู่กับปัจจุบัน โดยพยายามลืมอดีตอย่างหนักมั้ย?

...คุณเคยยิ้มแย้มกับปัจจุบัน แต่มีน้ำตาทุกครั้งที่นึกถึงอดีตมั้ย?

...แล้วคุณเคยพยายามจะใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน แต่อดีตก็ยังตามมาหลอกหลอนมั้ย?

...เป็นคุณจะทำยังไง เมื่อปล่อยมือจากคนในอดีตไม่ได้ แต่ก็อยากจะเอื้อมมือไปจับกับคนในปัจจุบัน ที่ยื่นมือมารออยู่นานแล้ว...

...พี่ค่ะ...พี่หลับอยู่บนนั้นสบายดีมั้ย...คิดถึงฉันมั่งรึปล่าว...ร้องไห้ให้ฉันมั่งมั้ย?

ฉันยังคงคิดถึงพี่ทุกวัน...ร้องไห้ให้พี่ทุกวัน...วันไหนที่ฉันไม่ได้คิดถึงพี่...ฉันคงขาดใจตาย

ฉันยังอยากตามไปเจอพี่อยู่ทุกวัน...แต่ฉันกลัวนี่สิ...กลัวว่าจะหาพี่ไม่เจอ...พี่ช่วยมารับเค้าหน่อยได้มั้ย?...เค้าอยากไปอยู่กับพี่

.................................................

..........................................

...................................

...........................

...................

...พี่ค่ะ...ฉันขอโทษน่ะ...ขอโทษจริงๆ...ขอโทษที่ตอนนี้ฉันคิดถึงพี่น้อยลง...ร้องไห้ให้พี่น้อยลง...

และยังไม่อยากตามพี่ไปตอนนี้...ฉันอยากอยู่ต่อไป...อยู่กับปัจจุบันของฉัน...

ฉันจะปล่อยพี่ไปจริงๆแล้วนะ...หัวใจของฉันมีความสุขทุกครั้งที่คิดถึงพี่...แต่มันก็เจ็บจนแทบขาดใจเมื่อนึกขึ้นมาได้...ว่าพี่ไม่ได้อยู่ตรงนี้กับฉัน

...พี่ค่ะ...ฉันจะลืมพี่ได้มั้ย...ฉันจะมีความสุขได้หรือเปล่า...ในเมื่อเค้าคนนั้น...ปรากฏตัวต่อหน้าฉันแล้ว

"ลีเซจิน ฉันจะอยู่ข้างๆเธอเองนะ ฉันจะอยู่ใกล้ๆเธอ"คำพูดของเขาจะเชื่อได้มั้ย

...มันจะกลายเป็นคำโกหกเหมือนของพี่รึปล่าว...

แจจุง...ฉันจะเชื่อเธอได้มั้ย...เชื่อได้จริงๆนะเหรอ...

[บทที่1] ลางสังหรณ์

ตี๊ด...ตี๊ด...ตี๊ด...ตี๊ด เสียงเครื่องช่วยชีวิตต่างๆภายในห้องคนไข้ดังออกมาเป็นระยะ กลิ่นยาที่เป็นกลิ่นที่ชวนให้ฉุนจมูก เสียงฝีเท้าที่เดินลากไปมาดังอย่างชัดเจน เมื่อความเงียบเข้าคลอบคลุมทั่วทั่งบริเวณ

ในห้องพักเดี่ยวของคนไข้คนหนึ่ง ร่างเล็กๆของเด็กอายุ14ขวบ นอนหายใจอ่อนๆ สายอ็อกซิเจนที่จ่อที่จมูก สายน้ำเกลือที่ระโยงระยางอยู่ข้างเตียง นิ้วมือเธอขยับน้อยๆเมื่อรับรู้ถึงแสงที่ส่องเข้ามา เธอค่อยๆกระพริบตาสู้แสงน้อยๆก่อนจะลืมตาขึ้น...ฉันยังไม่ตาย...คือสิ่งแรกที่เข้ามาในห้วงคำนึง เธอค่อยๆยันตัวลุกขึ้นด้วยแรงที่ยังพอหลงเหลืออย่างยากลำบาก ก่อนจะมองไปรอบๆห้อง แล้วก้มลมองไปที่สายน้ำเกลือ แรงขยับเขยื้อนบนเตียงทำให้คนที่นอนฟุบอยู่ด้านข้างเงยหน้าขึ้นมามองทันที

"เซจิน...ลูก..."ผู้เป็นแม่เอ่ยเรียกด้วยน้ำตาคลอเบ้า เซจินมองเธอด้วยความงุนงง พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ที่พอจะจำได้ ภาพสุดท้ายที่เห็น...

"พี่ล่ะค่ะ พี่ชายล่ะ"เซจินถามกลับมาอย่างรวดเร็ว แม่ที่ยิ้มทั้งน้ำตาลูบผมเธออยู่ หุบยิ้มลงทันที น้ำตาแห่งความโล่งอกที่เห็นลูกสาวฟื้น แปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาแห่งการสูญเสีย

"พี่...พี่เค้า..."เสียงไม่สามารถออกจากปากของแม่ได้ แต่ท่าทางที่แม่ร้องไห้ปริ่มจะขาดใจนั้น ไม่ต้องเดาก็รู้ได้...ว่าพี่ชายของเธออยู่ที่ไหน...ภาพสุดท้ายกลับเข้ามาในหัว น้ำตาของเธอไหลรินออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่จะระเบิดเสียงร้องสะอึกสะอื้นจนตัวโยน

"พี่...ฮือๆ...พี่ค่ะ"เซจินร่ำร้องอย่างหนัก จนแม่เธอต้องเข้ามากอดเธออย่างปลอบโยน แม้หัวใจของผู้เป็นแม่เองก็กำลังเจ็บช้ำอย่างสาหัส แม้ก่อนหน้านี้เธอจะกรีดร้องเหมือนคนเสียสติในขณะที่บุรุษพยาบาล เข็นร่างที่ไร้วิญญาณของลูกชายคนเดียวของเธอไป เหมือนโลกจะถล่มเมื่อลูกสาวเองก็กำลังถูกยื้อชีวิตอยู่ห้องข้างๆ แม้เธออยากจะอยู่ไม่ห่างร่างของลูกชาย แต่ลูกสาวของเธอก็กำลังแย่เช่นเดียวกัน เธอต้องเข้มแข็งเพื่อลูกคนที่เหลือของเธอ โดยปล่อยให้พ่อเป็นคนไปจัดการเรื่องของลูกชายเอง

"พี่...โกหกหนูอีกแล้ว...แม่ค่ะ พี่เค้าโกหกหนู"เซจินกอดแม่แน่น เธอทำได้แค่พยักหน้าให้ลูกสาวเท่านั้น...

"นี่ ยัยชี้เซา พี่ต้องไปโรงเรียนแต่เช้าน่ะ ตื่นซะทีเซ่"ลีจุนกิ ลูกชายคนโตของบ้าน กำลังเขย่าร่างของน้องสาวที่ยังนอนหลับสบายอยู่บนเตียง

"อือ รู้แล้ว 2นาทีๆ"ลีเซจินผู้น้อง งึมงำตอบกลับมาอย่างงัวเงีย ผู้เป็นพี่ชายถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

"พอแล้ว เธอ2นาทีมาจะ10ครั้งแล้ว ตื่นเดี๋ยวนี้"ว่าไม่ว่าเปล่า ยกน้องสาวลอยขึ้นจากเตียงทันที จับแม่น้องสาวที่ลืมตาอย่างงุนงงที่เริ่มดิ้นไปมาไว้บนบ่า

"กรี๊ดดดด ปล่อยน่ะ ไม่งั้นเค้าฟ้องแม่ด้วย ว่าพี่แกล้งเค้าอีกแล้ว"เซจินที่ตื่นเต็มตาโวยวายอย่างหนัก จุนกิแหงะหน้ามองหน้าก่อนยิ้มเยาะๆ

"ฟ้องเลยๆ ไม่กลัว แม่ใช้ให้พี่มาปลุกเธอ บอกเองด้วย ว่าทำวิธีไหนก็ได้ให้เธอตื่น"จุนกิยิ้มอย่างเป็นต่อ แล้วหมุนตัวไปมาให้คนข้างบนส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเล่น

"กรี๊ดด ไม่เอาแล้ว ปล่อยเค้าลงน่ะ"เซจินตะโกนสั่งเสียงดัง

"ปล่อยกลัวสิ ต้องให้บทเรียนคนขี้เซาหน่อย"จุนกิยักคิ้วยั่วโมโห เซจินเบะปากก่อนหน้าจะซีดลงไป

"โอ้ย พี่เขาเวียนหัวแล้วน่ะ จะอ้วกอ่ะ"เซจินทำเสียงอ่อย จุนกิหน้าเหวอรีบวางน้องลงกับเตียงทันที

"ไหนๆ อย่าพึ่งอ้วกน่ะ"เขานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าน้องลูบหลังเธอทันที เซจินที่หลับตาจับหน้าอกตัวเองแน่น จุนกิก้มลงมองหน้าน้องที่หน้าซีดๆ เซจินเงยหน้าขึ้นมายิ้มทันทีเมื่อเห็นสีหน้าพี่ตัวเองที่ตอนนี้ซีดกว่าเธอแล้ว

"ฮ่า ฮ่า"เซจินหัวเราะลั่น จุนกิถึงกับงงแตก ก่อนที่จะทำหน้าเข้าใจเมื่อน้องสาวลุกขึ้นอย่างว่องไวไปที่ประตู

"พี่นี่โง่น่ะเนี่ย โดนหลอกแต่เช้าเลย...ฉันมันอ่อนแอขนาดนั้นเลยหรือไง"เซจินยิ้มร่าก่อนกระโดดแผ่วออกจากห้องไป

"ร้ายจริงๆ ยัยตัวแสบ"จุนกิส่ายหัวระอาน้องสาว แต่ก็อดยิ้มเอ็นดูออกมาไม่ได้

"เซจิน อย่ามัวแต่เล่น ซ้อมได้แล้ว"เสียงครูฝึกที่ยังหนุ่ม แต่มีลูกแล้วตะโกนมาอย่างดุๆ

"ค๊า"เซจินตะโกนตอบกลับไป ก่อนหันมามองค้อนที่ลูกสาวครูฝึกที่เป็นตัวชวนเล่นนี้แหล่ะ

"มองฉันอย่างนั้นทำไม"เจ้าตัวเลิกคิ้วมองงงๆ

"ก็เธอนั้นแหล่ะอึนเช เล่นอยู่นั้นแหล่ะ"เซจินขยับตัวเตรียมซ้อมต่อ

"ไม่ได้เล่นสักหน่อย ซ้อมไปด้วยเล่นไปด้วยต่างหาก"อึนเชเถียง

"นั้นแหล่ะ ฉันโดนดุเลย...โดนอยู่คนเดียวด้วย"เซจินทำหน้างอ

"เอาน่าๆ เริ่มได้แล้วล่ะมั่ง"อึนเชขยับตัวไปมาเริ่มซ้อมคู่กัน

"โห พี่จุนกิเก่งน่าดูเลย ดูเดะ"ชางมินที่นั่งอยู่ข้างๆเซจินและอึนเช ที่นั่งดูจุนกิที่กำลังซ้อมหนักอยู่กับครูฝึกอย่างหนัก เพื่อเข้าแข่งระดับม.ต้นในสัปดาห์นี้

"แล้วทำไมนายไม่เอาเวลาที่นั่งดูเค้าซ้อม ไปซ้อมเองซะมั่งล่ะ"อึนเชหันไปถาม ชางมินถึงกับทำหน้าเซ็ง ในขณะที่เซจินจับจ้องการเล่นของพี่อย่างตั้งใจ

"เอ้า เธอก็เหมืนกันเซจิน ไปซ้อมกันต่อเหอะ สัปดาห์นี้ก็แข่งแล้วนี่"อึนเชฉุดเธอลุกขึ้น เซจินละสายตาจากพี่ชายแล้วเดินกลับไปซ้อม

จุนกิที่กำลังรุกเข้าใส่ครูฝึกอย่างหนัก มีสีหน้าและแววตาที่มุ่งมั่นตั้งใจ ก่อนจะขยับตัวอย่างว่องไวเมื่อตัวเองตกเป็นฝ่ายรับบ้าง เค้ารับมือกับครูฝึกที่ตัวใหญ่กว่าและขั้นฝีมือเหนือกว่าได้เป็นอย่างดี

"เก่งมากจุนกิ ไปวิ่งคลายกล้ามเนื้อแล้วกลับมาพักก่อนไป"ครูฝึกเอ่ยก่อนที่จะยืนผ้าขนหนูให้ เขายิ้มรับก่อนเช็ดเหงื่อไปวิ่งเหยาะๆวนรอบโรงฝึกไป

"เหนื่อยมั้ย"จุนกิเอ่ยถามน้องสาวขณะที่เดินกลับบ้านด้วยกัน

"ไม่เหนื่อยอ่ะ พี่เหอะซ้อมซะหนักเลยเหนื่อยแย่"เซจินเงยหน้ามองเขา

"คนเราได้ทำในสิ่งที่ชอบ ความเหนื่อยที่ว่ามันก็จะหายไปเองแหล่ะ"จุนกิตอบยิ้มๆ เซจินเบะปากน้อยๆ

"ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย ฉันก็ออกจะชอบเทควันโด แต่เล่นทีไรเหนื่อยแทบขาดใจทุกที"เซจินถอนหายใจเนือยๆ จุนกิก้มลงมองหน้าน้องสาวขำๆ

"ก็ไปเล่นคู่กะใครไม่เล่น ไปคู่กับลูกสาวครูก็งี้แหล่ะ"จุนกิยิ้มขำ เซจินมองเขาค้อนๆ

"เออ ว่าแต่หาทางเอาชนะอึนเชได้หรือยังล่ะ เห็นซุ้มซ้อมกับพี่ตั้งนาน อย่าให้พี่เหนื่อยเสียเที่ยวล่ะ"จุนกิจับหัวน้องโยกไปมาอย่างเอ็นดู

"วันนี้ยัง แต่วันหน้าไม่แน่ ฉันเริ่มจะจับทางอึนเชได้แล้ว เจอกันคราวหน้าไม่พลาดแน่นอนพี่"เซจินยืดอกอย่างมั่นใจ จุนกิยิ้มขำ

"ก็ดี เอาชนะให้ได้ล่ะ ขี้เกียจมานั่งเช็ดน้ำตาเวลาเธอแพ้แล้ว"จุนกิมองเธอล้อ เซจินเงยหน้ามองเขาทันที

"ใคร ใครที่ไหนร้องไห้ ไม่มีอ่ะ"เซจินขึ้นเสียงสูงทันที จุนกิส่ายหน้าเบาๆ

"อ้อเหรอ แล้วเมื่อคราวก่อนใครกันน้า วิ่งมาให้พี่ปลอบหลังจากแพ้ตอนแข่งเลื่อนสาย"จุนกิยังไม่เลิกล้อน้อง เซจินหยุดเดินมองหน้าเขาอย่างอาฆาต จุนกิหยุดเดินด้วยหันมามองเธอขำๆ

"เค้าจะฟ้องแม่"เซจินพูดขู่ก่อนเดินตึกตักนำหน้าเข้าบ้านไป จุนกิส่ายหน้าขำๆก่อนเดินตามเข้าไป

"ลีเซจิน"เสียงเรียกหน้าโรงเรียนประถมดังขึ้น เซจินเจ้าของชื่อหันกลับไปมองงงๆ ก็เห็นเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักคนนึงยืนอยู่ด้านหลัง เธอมองเขางงๆก่อนยิ้มให้ตามปกติ เด็กผู้ชายคนนั้นมองเธอตาค้างก่อนจะได้สติเมื่อชางมินที่เดินมากับเซจินและอึนเชสะกิดเข้าให้

"เออ ฉันให้"อยู่ๆเขาก็ยื่นกล่องช็อคโกแลตเล็กๆมาให้เธอ เซจินมองของในมือเขางงๆก่อนยื่นมือไปรับ และหลังจากนั้นไม่นานเด็กผู้ชายหลายคนก็มารุมล้อมให้ช็อคโกแลตเธอกันใหญ่

"วันนี้มันวันอะไรเหรอชางมิน"อึนเชหันไปถามชางมินที่อยู่ข้างๆ เขามองเธอเอือมๆก่อนตอบ

"วันวาเลนไทน์ไงเล่า นี่เธอไม่รู้กับเค้าหรอกเหรอ"ชางมินถามเซ็งๆ อึนเชแค่ยักไหล่น้อยๆก่อนเดินนำเพื่อนไปก่อน

"นายมาขวางฉันทำไมเนี่ย"อึนเชนิ่วหน้าเมื่อมีเด็กผู้ชายคนนึง พุ่งมาขวางหน้าเธอก่อนจะเดินเข้าห้องไป เด็กผู้ชายคนนั้นก้มหน้าเขินๆก่อนสูดหายใจลึกๆแล้วยื่นช็อคโกแลตให้เธอ อึนเชมองงงๆก่อนนิ่วหน้ามองคนให้

"ของกินหรือเปล่า"อึนเชถามอย่างสนใจ เด็กคนนั้นรีบพยักหน้ายิ้มๆเริ่มมีความมั่นใจขึ้นมา อึนเชเลิกคิ้วน้อยๆก่อนเอื้อมมือไปรับ พอเห็นว่ามีคนให้ได้เด็กผู้ชายที่เหลือที่จดๆจ้องๆไม่กล้าเข้าไป ก็กล้าเดินเข้าไปให้ อึนเชก็ยื่นมือไปรับอย่างนิ่งๆ

"เธอนี่มันเห็นแก่ของกินจริงๆ"ชางมินที่เดินตามมามองหน่ายๆ

"เรื่องของฉันเหอะ"อึนเชยักไหล่ก่อนจะเดินเข้าห้องไป เซจินที่เดินตามมาด้วยกองช็อคโกแลตเต็มอ้อมแขน

"เย็นนี้ฉันจะฟ้องอาจารย์ ฟ้องพี่จุนกิด้วย"ชางมินมองอย่างเคืองๆ

"ฟ้องเรื่องอะไร เรื่องที่เราสองคนได้ช็อคโกแลตเยอะกว่านายหรือไง"เซจินเบะปากใส่

"หรือของฉันคนเดียว หรือของเซจินคนเดียว ยังเยอะกว่าที่นายได้ซะอีก"อึนเชเลิกคิ้วเยาะเย้ย ชางมินมองเคืองๆก่อนยิ้มเยาะๆ

"เดี๋ยวเย็นนี้ก็รู้"ชางมินยักคิ้วใส่ ก่อนหันหน้าไป

"เซจิน!!! มานี่สิ"เสียงตะโกนลั่นโรงฝึกดังลั่นมา เซจินที่พึ่งก้าวเข้ามากับอึนเชหันไปมองที่ต้นเสียง จุนกิกำลังทำหน้าดุๆที่มีชางมินยิ้มเยาะๆอยู่ข้างๆ เซจินหันไปมองหน้าอึนเชที่แค่ยักไหล่น้อยๆ

"พี่...มีอะไรเหรอ"เซจินเดินเข้าไปหา ถามเสียงอ่อยๆ จุนกิกอดอกเหลือบมองน้องอย่างเคืองๆ

"ต่อไปนี้ใครมาจีบให้บอกว่า เธอมีแฟนแล้ว เข้าใจมั้ย"จุนกิประกาศลั่น

"ทำไมต้องทำงั้นด้วยอ่ะ"เซจินนิ่วหน้ามองงงๆ

"ทำตามที่บอกเหอะ"จุนกิเลิกคิ้วมองก่อนหันไปซ้อมต่อ

"นาย ชางมิน ไปฟ้องพี่เค้าทำไมอ่ะ"เซจินหน้างอหันไปมองชางมิน ที่ยืนยิ้มสะใจอยู่

"ก็อะไรเล่า พี่จุนกิฝากฉันดูเธออยู่แล้ว บอกว่าถ้าใครมาจีบ ให้มาบอก"ชางมินยักคิ้ว

"ทำไมต้องทำงั้นด้วย"เซจินบ่นอย่างรำคาญ

"เอ้า ก็เธอน่ะนับวันยิ่งมีคนมาจีบเยอะเรื่อยๆ พี่จุนกิเค้าก็เป็นห่วงสิ คราวก่อนที่มีเด็กโรงเรียนพี่จุนกิไปจีบเธอน่ะ เค้ายังเป็นห่วงเธอแทบแย่"ชางมินพิงกำแพงเล่าเซ็งๆ

"แล้วพี่เค้ารู้ได้ไงอ่ะ"เซจินขมวดคิ้ว

"นายบอกเหรอ"เธอหันไปมองชางมินตาขวาง

"เฮ้ย ไม่เกี่ยว ก็คนนั้นอ่ะ เป็นเพื่อนในห้องพี่เค้าต่างหาก แล้วดันไปเล่าให้พี่จุนกิฟังนี่สิ"ชางมินส่ายหัว

"ก็ไม่เห็นต้องสั่งกันอย่างนี้เลย"เซจินทำหน้างอ

"เอ้า มีน้องสาวสวยก็ต้องหวงกันเป็นธรรมดา"ชางมินยักไหล่น้อยๆก่อนไปซ้อมอีกคน

"จะหวงอะไรนักหนา เชอะ"เซจินทำปากเบะ

"พรุ่งนี้ เราจะมีการสอบเลื่อนสายกันน่ะ การจับคู่จะเป็นการจับฉลากแบ่งสาย"ครูฝึกยืนอยู่ด้านหน้า โดนทุกคนนั่งขัดสมาธิฟังกันอยู่กับพื้น เซจินมีท่าทีตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเพราะเธอเป็นคนเดียวที่ยังเป็นสายน้ำตาล แต่อึนเชกับชางมินที่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน ได้สายดำกันไปเรียบร้อยแล้ว

"ไง วันนี้ตั้งใจซ้อมให้หนักเลยน่ะ"จุนกิเดินมาหาน้องสาว

"อยู่แล้ว คราวนี้เค้าต้องได้สายดำให้ได้"เซจินพูดอย่างมุ่งมั่น จุนกิกอดอกเอียงคอมองน้องสาว

"ดีมาก แต่เสียดายน่ะ ที่คราวนี้อึนเชไม่ต้องแข่งแล้ว เลยอดแก้มือเลย"จุนกิยิ้มๆถอนหายใจ

"อืม แต่ไม่เป็นไรหรอก ตารางแข่งระดับเขตออกมาแล้ว สายเค้าต้องเจออึนเชอยู่แล้ว ได้แข่งกันแน่ๆอยู่แล้วล่ะ"เซจินพยักหน้าหนักแน่น

"งั้นวันนี้พี่ช่วยซ้อมให้เธอเอง โอเคมั้ย"จุนกิลูบหัวน้องสาวอย่างให้กำลังใจ เซจินเงยหน้ามองเขาก่อนพยักหน้าอย่างดีใจ

ใครจะมีพี่ชายที่แสนดีอย่างเธอได้อีก พี่จุนกิคืนคนที่อยู่กับเธอมาตลอดเวลา เพราะพ่อแม่ต่างเป็นนักธุรกิจ เวลาอยู่บ้านก็ไม่ค่อยจะมีกัน เธอกับพี่เลยอยู่ด้วยกันสองคนมาตลอด ตื่นมาด้วยกัน ไปโรงเรียนพร้อมกัน กลับบ้านพร้อมกัน กินข้าวพร้อมกัน เข้านอนพร้อมกัน เป็นอย่างนี้มาเสมอจนกระทั่งโต ใครต่างก็พากันดิจฉาเธอที่มีพี่ชายที่หล่อ และเก่งทั้งเรื่องเรียนและเรื่องกีฬาอย่างจุนกิ ชางมินกับอึนเชเองก็เถอะ เพราะทั้งคู่ก็ต่างไม่มีพี่น้องเป็นลูกคนเดียวกันทั้งนั้น เธอกับพี่สนิทกันจนรู้ว่าต่างคนต่างคิดยังไง แล้วก็ไม่ใช่แค่จุนกิที่หวงเธอหรอก เธอเองก็หวงพี่ชายเหมือนกัน นั้นก็เพราะพวกเค้ามีกันอยู่แค่สองคนเท่านั้น สองคนที่เข้าใจกันเป็นพี่น้องที่รักกันยิ่งกว่าใครๆ ...แต่ใครจะไปรู้ เมื่อโชคชะตากำลังเล่นตลก แยกพวกเขาออกจากกัน

"อึนเชไปไหนน่ะ"เซจินหันไปถามชางมินที่ยืนขยับแข้งขาซ้อมอยู่

"เห็นอาจารย์บอกว่า แม่อึนเชพาไปหาตายายที่บ้านน่ะ"ชางมินหันมาตอบ

"แต่หยุดเรียนด้วยเนี่ยน่ะ จะสองวันแล้วด้วย"เซจินนิ่วหน้า

"ทำไม เธออยากบอกอึนเชละซี่ ว่าเธอได้สายดำแล้ว ใช่มั้ย"ชางมินยิ้มอย่างรู้ทัน เซจินแลบลิ้นยิ้มรับน้อยๆ

"เอาล่ะ นั่งลงกันก่อนเร็ว ครูมีเรื่องจะประกาศ"ครูฝึกเดินออกมาด้านหน้าด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ซึ่งผิดปกติมาก เพราะปกติเค้าจะยิ้มอยู่ตลอดเวลา

"คือตั้งแต่วันพรุ่งนี้ครูจะหยุดพักเป็นสองอาทิตย์น่ะ"ครูประกาศด้วยใบหน้านิ่งๆ โดยมีจุนกิที่เป็นรุ่นพี่ของทุกคนยืนอยู่ข้างๆ

"แล้วพวกเราต้องหยุดฝึกไปด้วยใช่มั้ยครับ"ชางมินถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ ครูฝึกยิ้มน้อยๆ

"เปล่าหรอก ครูจะให้จุนกิเค้าเป็นคนดูแลไปก่อน จนกว่าครูจะกลับมา...พวกเธอต้องขยันฝึกกันเข้าใจมั้ย"ครูฝึกกลับมายิ้มแย้มอย่างเอ็นดู พลางหันไปมองจุนกิที่พยักหน้ารับอย่างหนักใจ

แต่หลังจากสองอาทิตย์ผ่านไปก็แล้ว ครูฝึกของทุกคนก็ยังไม่กลับมา จุนกิเองก็บอกพวกเด็กๆทุกคนว่าให้ฝึกซ้อมกันไปตามเดิม แล้วก็ทำหน้าที่สอนเด็กๆไปตามที่ได้รับหน้าที่มา

"อึนเช"เสียงเซจินกับชางมินร้องเรียกเธอพร้อมกัน เมื่อเธอเดินเข้ามา อึนเชเดินเข้ามาด้วยชุดเทควันโดด้วยสีหน้านิ่งๆ

"ไปไหนมาตั้งหลายวันน่ะ พวกเราคิดถึงเธอแทบแย่"เซจินยิ้มรับเธอ อึนเชแค่มองหน้าเธอนิ่งๆก่อนเตรียมตัวฝึกซ้อม

"แล้วนี่อาจารย์กลับมาด้วยกันรึปล่าว"ชางมินถามอย่างร้อนรน อึนเชหันมามองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เป็นแววตาที่นิ่งๆไม่แสดงอารมณ์อะไร แตกต่างจากแต่ก่อนที่เธอจะเป็นคนแสดงอารมณ์ด้วยแววตาตลอด เซจินเองก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเพื่อนตัวเองได้ชัด

"...ไม่กลับมาหรอก พ่อ...ไม่กลับมาแล้ว"อึนเชพูดด้วยเสียงนิ่งๆ ทุกคนที่เข้ามารุมฟังเธอต่างมีสีหน้าตกใจ จนเมื่อเด็กๆกลับบ้านไปนั้นแหล่ะ ถึงได้รู้จากพ่อแม่ตัวเองว่า ครูฝึกของพวกเขาย้ายออกจากบ้านทิ้งครอบครัวไปแล้ว และคงไม่กลับมาอีก ต่างให้ลูกๆตัวเองลาออกจากโรงฝึก จะเหลือแต่ก็เพียงจุนกิ เซจิน กับชางมินเท่านั้น ที่ทั้งสามคนยังอยู่ ก็เพราะอึนเชยังอยู่และไม่ได้คิดจะเลิกเล่นอย่างที่ทุกคนคิด เธอกลับฝึกหนักกว่าเดิม โรงฝึกแห่งนี้เลยกลายเป็นที่ฝึกซ้อมของพวกเค้าแค่ 4 คนเท่านั้น

พอมาถึงสัปดาห์แข่งรอบแรกของระดับเขต ทั้ง 4 คนต่างก็ทำผลงานกันออกมาได้ดี จุนกิไล่เตะชนะรวด ชางมินเองก็เช่นกัน อึนเชกับเซจินถึงจะลงรุ่นเดียวกัน แต่คนละสายต่างก็ชนะรวดเหมือนกัน ทำให้ในรอบหน้าพวกเธอต้องมาเจอกันเอง เป็นไปตามที่เซจินคาด

"นี่ อึนเช"เสียงเซจินเรียกเธอดังขึ้น ก่อนที่อึนเชจะเดินกลับเข้าบ้านไป อึนเชหันมามองเซจินนิ่งๆ

"มีอะไร"เธอถามห้วนๆ

"แข่งพรุ่งนี้...เต็มที่เลยน่ะ"เซจินยิ้มกว้าง อึนเชมองเธอนิ่งๆก่อนพยักหน้าเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินเข้าบ้านไป เซจินอดมองตามไปด้วยสายตาเป็นห่วงไม่ได้ เธอเองเป็นเพื่อนสนิทอึนเชทำให้รู้ดีว่าอึนเชรักและเคารพพ่อเธอแค่ไหน จะว่าไปอึนเชใช้เวลาส่วนใหญ่ตั้งแต่เล็กจนโตอยู่แต่ในโรงฝึกกับพ่อ จู่ๆความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อที่รักของเธอต้องมาสะบั้นลง ใครบ้างจะทำใจได้ แต่อึนเชเพื่อนเธอก็ทำใจได้ดีกว่าที่คิด เธอไม่เคยร้องไห้ฟูมฟายเหมือนเด็กทั่วไป กลับกันเธอควบคุมอารมณ์ของเธอให้สงบนิ่งเกินกว่าที่ใครจะอ่านออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เซจินรู้ รู้ดี ว่าในใจอึนเชกำลังร้องไห้อยู่ น้ำตาที่ไหลอยู่ข้างในแน่นอนว่าไม่มีใครเห็น แต่ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยแววตาเธอสั่นระริกเหมือนคนกำลังร้องไห้ เซจินถอนหายใจเป็นห่วงเพื่อนอยู่หน้าโรงฝึก

"เอ้า เหม่ออยู่ได้ กลับกันเถอะ"จุนกิเคาะหัวน้องสาวเบาๆ หลังจากจัดการเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว เซจินเงยหน้ามองพี่ค้อนๆ

"เจ็บนะ"เซจินมองค้อนอีกทีก่อนเดินลงโรงฝึกไป

"เป็นห่วงอึนเชหรือไง"จุนกิก้มหน้ามองน้องสาว ที่เดินก้มหน้าขมวดคิ้วคิดอะไรไปตลอดทาง เซจินเงยหน้ามองพี่ก่อนพยักหน้าเบาๆ

"เฮ้อ อึนเชน่ะ เข้มแข็งกว่าที่เธอคิดน่ะ พี่ว่าเธอห่วงตัวเองเหอะ"จุนกิเลิกคิ้วมองน้อง เซจินนิ่วหน้ามอง

"ทำไมอ่ะ"เซจินเบะปากงงน้อยๆ จุนกิส่ายหัวก่อนยิ้มอย่างระอา

"อึนเชน่ะ จะอยู่ในสภาพไหนก็เป็นอึนเช อย่าได้ประมาทว่าตอนนี้อึนเชกำลังอ่อนแอเชียว อย่าได้คิดแม้แต่ว่าสงสาร"จุนกิสอนน้อง

"พอลงสนามปุบ คำว่าเพื่อนก็ไม่มีอยู่ในสมอง หรือแม้กระทั่งเรื่องพ่อก็เถอะ อึนเชต้องลุยเตะเธอหนักแน่"จุนกิพยักหน้าหนักแน่น เซจินยิ้มเนือยๆ

"เฮ้อ มันเป็นดวงซวยของเค้าเองแหล่ะ ปีก่อนๆอึนเชแข่งรุ่นไลท์เวท แต่พอปีนี้ขยับขึ้นมาเล่นฟินเวตเพราะหนักขึ้น เห็นทีแชมป์ปีนี้ฉันคงรักษาไว้ไม่ได้แล้วล่ะพี่"เซจินถอนหายใจอย่างเบื่อๆ จุนกิมองน้องยิ้มๆ

"เอาน่า ไหนบอกดักทางได้แล้วไง พรุ่งนี้ก็ลุยเต็มที่เลย โอเคมั้ย"จุนกิโยกหัวน้องไปมาอย่างเอ็นดู

"พี่"เซจินโผล่หน้ามาจากร่องประตูที่แง้มเข้ามาในห้องนอนของจุนกิ ที่เจ้าตัวกำลังง่วงทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ จุนกิหันมามองอย่างตกใจก่อนซุกสิ่งที่กำลังขยุกขยิกทำอยู่ในมือลงลิ้นชักไป แต่ไม่สามารถหลบสายตาของเซจินพ้น

"ทำอะไรอยู่น่ะ"เซจินกระโดดเข้ามาในห้องพอดี

"ปล่าว ไม่ได้ทำอะไร"จุนกิรีบหันหน้ามาเผชิญกับน้องสาว ที่มองจ้องมาอย่างสงสัย เซจินหรี่ตามองอย่างสงสัย

"ไม่เชื่อ บอกมาน่ะ ว่าทำอะไรอยู่กันแน่"เซจินเดินไปชะโงกหน้าดูที่โต๊ะ แต่จุนกิก็เอาตัวบังไว้ได้ทัน

"ก็บอกว่าไม่มีอะไรไงเล่า"จุนกิลุกขึ้นดันน้องสาวออกจากห้องไป เซจินขืนตัวอยู่หน้าประตูก่อนทำหน้าเจ้าเล่ห์

"แหน่ะ...แอบดูหนังสือโป๊ใช่ม่ะ"เซจินยิ้มอย่างรู้ทัน จุนกิมองหน้าน้องสาวเอือมๆ

"ไม่ใช่สักหน่อย"เขาเถียงเสียงดัง

"เอ้า ไม่ใช่แล้วทำไมไม่ให้ดูว่าทำอะไรอยู่"เซจินชะเง้อมองเข้าไปในห้องต่อ

"วุ้ย ขี้สงสัยจัง ก็บอกว่าไม่มีอะไรไง ไปนอนได้แล้ว ดึกดื่นตื่นมาทำไมเนี่ย"จุนกิผลักหลังน้อง แต่เซจินกลับกอดแขนพี่ชายแน่น

"พี่..."เซจินเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นพูดเบาๆ จุนกิทำหน้างงๆก่อนก้มลงมองน้องสาว ที่มีสีหน้าไม่สบายใจ

"เค้าฝันไม่ดีอ่ะ...ไปนอนเป็นเพื่อนหน่อยสิ"เซจินพูดเสียงอ่อยๆ จุนกิพอได้ยินก็ยิ้มขำน้อยๆ

"คราวนี้ฝันอะไรอีกล่ะ ฝันว่าโดนคนบ้าวิ่งไล่หรือไง"จุนกิถามยิ้มๆก่อนเดินตามแรงจูงน้องสาวเข้าห้องของเธอไป

"ปล่าว..."เซจินส่ายหน้าซีดๆขณะนั่งลงบนเตียงตัวเอง จุนกิที่นั่งลงตามเลิกคิ้วมองงงๆ

"...เค้าฝันว่าโดนรถชน...มันเหมือนจริงจนเค้ากลัวเลยอ่ะ"เซจินพูดสั่นๆ พอเห็นน้องสาวมีท่าทางไม่ดี จุนกิก็กอดไหล่น้องสาวปลอบทันที

"ไม่มีอะไรหรอกน่า เค้าว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดี ไม่แน่น่ะพรุ่งนี้เธออาจจะชนะอึนเชก็ได้นี่ เอาน่า นอนดีกว่าม่ะ"จุนกิปล่อยน้องสาวล้มตัวลงนอน ก่อนเดินไปปิดไฟแล้วมาล้มตัวลงนอนข้างๆ ก่อนเซจินจะหันมานอนกอดเค้าแน่น

"พี่...แต่เค้ากลัวจริงๆน่ะ มันเหมือนจริงมากๆเลย...แล้วถ้าเค้าตายขึ้นมาล่ะ"เซจินพูดขึ้นมาอย่างกังวลใจ ท่ามกลางความมืดแต่แววตาที่สั่นไหวของพี่ชาย ที่ได้ยินอย่างนั้นก็สะท้อนออกมาให้เห็นได้ง่ายๆ

"ไม่เอาน่า ไม่มีอะไรหรอก"จุนกิกอดปลอบ เซจินสะอื้นกลัวเบาๆ จุนกิลูบหัวน้องปลอบอย่างรักใคร่

"...พี่ไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอะไรไปหรอกเซจิน ...มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น พี่จะอยู่ข้างๆเธอไม่ไปไหน อยู่ปกป้องเธอเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวน่ะ น้องพี่"จุนกิลูบหลังเธออย่างอ่อนโยน เซจินที่รับรู้ได้ถึงการปกป้องของพี่ชายก็ค่อยเบาใจและสงบจิตใจที่วุ่นวายให้นิ่งลงได้ แล้วหลับไปในที่สุด

แม้คนในอ้อมแขนจะหลับไปแล้ว จุนกิยังคงลืมตาตื่นอยู่ในความมืด พอเห็นน้องไม่สบายใจอย่างนี้เค้าก็อดจะกังวลไม่น้อย เค้ากลัวว่าน้องจะเป็นอะไรไปจริงๆ กลัวจนนอนไม่หลับเอาแต่ครุ่นคิดฟุ้งซ่านหวาดกลัวไปต่างๆนาๆ พอคิดไปไกลถึงวันที่ไม่มีน้องอยู่ข้างๆอย่างนี้มันทำเอาเขาน้ำตาซึม ก่อนจะสั่นหัวแรงๆขับไล่ความฟุ้งซ่านออกไป

"ไม่มีอะไรหรอกน่า ก็แค่ฝันร้ายของเซจิน"จุนกิพึมพำกับตัวเองท่ามกลางความมืดเบาๆ เซจินขยับตัวน้อยๆกอดเขาแน่นไปอีก จุนกิมองร่างเล็กๆของน้อง ไม่มีอะไร...แต่ทำไมลางสังหรณ์มันถึงรุนแรงอย่างนี้ ทำไมถึงขับไล่ความไม่สบายใจออกไปสักที ทำไมถึงรู้สึกว่าน้องเริ่มห่างไกลออกไปทุกที ทำไม...ต้องรู้สึกกลัวด้วย

To be continue....

2007/Feb/01

Short Fic : Sin...บาปเพราะรักเธอ


Intro...

ผมรักแฟนเพื่อนครับ...รักมาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะไปเป็นแฟนของเขา เธอเคยสารภาพรักกับผมมาก่อนในฐานะเพื่อน...แต่ผมโง่เองที่เอาแต่กลัว...กลัวว่าจะเสียเธอไป กลัวจนปล่อยเธอไป แล้วมาในวันนี้ผมรู้แล้วว่าผมพลาดไป แล้วผม...ต้องได้เธอคืนมา

...................................................
........................................
..............................

ฉันคบกับแฟนเพื่อหวังให้ลืมใครบางคน...ฉันทำผิด ฉันแค่คบเค้าเพื่อประชดใครคนนั้น โดยการหันไปคบกับเพื่อนสนิทของเขา ทั้งๆที่ฉันไม่เคยรักเขาเลย และไม่คิดจะรัก เพราะในหัวใจของฉัน มันเต็มไปด้วยเค้าคนนั้น คนที่เลือกคำว่ามิตรภาพ มากกว่าความรัก หลายครั้งที่ฉันตั้งใจจะลืมเขา แล้วทำใจให้รักแฟนของฉัน แต่ก็ทำไม่เคยได้ อะไรบางอย่างภายในใจฉันมันดิ้นรน ขัดขืน จนทรมาณไปหมด...ฉันควรทำยังไงดี

................................................
.......................................
.............................

ผมนอกใจแฟนครับ...ผมมีแฟนที่แสนดีอยู่ข้างๆแล้ว แต่ผมก็ยังไปมีคนอื่น แล้วคนๆนั้นก็เป็นเพื่อนกับแฟนผม ผมกับเธอเรามีอะไรลึกซึ้งกัน...มากกว่าแฟนของผม แต่ผมไม่ได้รักเธอหรอกน่ะ มันเป็นแค่ความสัมพันธ์ทางกาย เพราะผมรักแฟนผมมาก เลยรู้สึกผิดอย่างนี้นี่ไง แต่จะให้ผมเลิกยุ่งกับเธอ ผมก็ทำไม่ได้ ไม่รู้ทำไมพออยู่ด้วยกันแล้ว ผมรู้สึกสบายใจและเป็นสุข สัมผัสของเธอ น้ำเสียงของเธอ มันทำให้ผมรู้สึกดี บางครั้งผมอดคิดไม่ได้ว่าเธอยังรักผมมากกว่าแฟนผมซะอีก...ผมทิ้งเธอไม่ลง

.................................................
....................................
..............................

ฉันมีอะไรกับแฟนของเพื่อนสนิท ทั้งๆที่รู้ว่าทั้งคู่รักกันมากแต่ก็ยังทำ ฉันห้ามตัวเองไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่เคยรักฉัน และไม่มีวันจะรัก สิ่งที่เขาต้องการก็แค่ร่างกายของฉัน ไม่ใช่จิตใจ แตกต่างจากแฟนของเขาที่เขาไม่เคยแตะต้องเธอเลย มันเหมือนนางบำเรอใช่มั้ย...แต่ฉันยอม แค่เขาอยู่ข้างๆฉัน ไม่ว่าจะมีหัวใจหรือไม่ ฉันยอมเป็นได้ทุกอย่าง แต่ฉันก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นทุกกวัน เจ็บจนทนไม่ไหว...และอยากหนีเขาไปเต็มทน



*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*


แนะนำตัวละคร

จุงยุนโฮ...
บาปติดตัว...รักแฟนเพื่อน

ชางยูจิน...
บาปติดตัว...หลอกใช้คนอื่น

ปาร์คยูชอน...
บาปติดตัว...นอกใจแฟน

ลีโซยอน
บาปติดตัว...ทรยศเพื่อน


*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*

Part 1

"ยุนโฮ! รอนานมั้ย"ยูชอนวิ่งกระหืดกระหอบ จูงยูจินตามมา ยุนโฮนั่งมองทั้งคู่ที่วิ่งมาหาเขา ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม...แต่ข้างในเจ็บๆ

"ไม่หรอก ฉันก็พึ่งมาน่ะ พวกนายดื่มน้ำก่อนสิ"ยุนโฮยื่นขวดน้ำไปให้ยูจิน เธอเอื้อมมือมารับอย่างเหนื่อยๆ ในระหว่างนั้นนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันเบาๆ ยุนโฮยิ้มน้อยๆให้เธอก่อนจะปล่อยมือออกจากขวดน้ำ ยูจินมองเขาเก้อๆก่อนเหลือบไปเห็นโซยอนเดินเข้ามานิ่งๆ

"โธ่ ฉันก็รีบแทบตาย ดูสิเธอยังไม่เลิกงานเลย"ยูจินมองโซยอนที่ยังอยู่ในยูนิฟอร์มของร้านกาแฟแห่งนี้อยู่ เธอยิ้มๆให้ยูจิน

"ขอโทษที เลิกแล้วล่ะ พอดีเมื่อกี๊มีปัญหากับลูกค้านิดหน่อย"โซยอนยิ้มเหนื่อยๆ ยูชอนมองเธอนิ่งๆก่อนจะสังเกตว่าที่มือขวาเธอบวมแดงอย่างเห็นได้ชัด

"โซยอนมือเธอ"ยูชอนร้องออกมาอย่างลืมตัว ยูจินกับยุนโฮมองไปที่มือโซยอนทันที ก่อนที่เธอจะซุกมือหลบไปข้างหลังทัน

"ทำไม ไปโดนอะไรมา"ยูชอนคว้ามือเธอขึ้นมาดูทันที

"โอ้ย"โซยอนร้องออกมาด้วยความเจ็บทันที ยูชอนหน้าเสียรีบประคองมือเธอไว้เบาๆ แต่โซยอนดึงมือเธอกลับมา

"ไม่มีอะไรหรอกน่า แค่ลูกค้าทำกาแฟหกใส่น่ะ"โซยอนพยายามยิ้มปลอบทุกคน

"อย่างนั้นหรอกเหรอ"ยูจินมีสีหน้าโล่งใจ โดยที่ไม่ได้สังเกตว่าแฟนหนุ่มของเธอแสดงอาการตกใจมากกว่าเธอซะอีก เมื่อเห็นเพื่อนของเธอเจ็บตัว แต่สายตาหนึ่งที่จับจ้องอยู่ไม่พลาดที่จะรู้สึกถึงมันได้

"ช่างเถอะๆ เดี๋ยวทายาก็หาย ถ้างั้นฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนน่ะ รอกันแป็บนึงล่ะกัน"โซยอนเดินแยกกลับเข้าห้องพักพนักงานไป



"เจ็บมากรึปล่าว"เสียงยูชอนที่ดังขึ้นด้านหลัง ขณะที่เธอกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในห้องล็อกเกอร์ของพนักงาน ทำเอาโซยอนสะดุ้งสุดตัว เธอดึงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พึ่งถอดออกมาปิดร่างเธอไว้ทันที

"เข้ามาทำไมน่ะ"โซยอนเอ่ยถามอย่างหวั่นๆ ยูชอนยิ้มน้อยๆก่อนเดินเข้ามาหาเธอ โซยอนเดินถอยหลังไปชนกับตู้ล็อกเกอร์ของเธอเอง

"ก็ฉันเป็นห่วง เลยจะมาดูว่าเธอเป็นยังไงบ้าง"ยูชอนดึงมือข้างที่เจ็บของโซยอนมาเบาๆ เธอนิ่วหน้าน้อยๆเมื่อยูชอนลูบที่แผลที่บวมแดงของเธอ

"ทายาหรือยัง"ยูชอนเงยหน้าขึ้นมองเธอ โซยอนส่ายหน้าเบาๆ ยูชอนยิ้มๆ

"ส่งยามาสิ เดี๋ยวฉันทาให้"ยูชอนพยักเพยิดไปทางด้านหลัง ในตู้ยาของพนักงาน โซยอนทำท่าจะขยับไปหยิบ แต่หันมามองที่ยูชอนซะก่อน

"หันหน้าไปก่อนได้มั้ย ฉันจะใส่เสื้อก่อน"โซยอนสั่งเขาเบาๆ ยูชอนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ โซยอนเลยต้องข่มความอายตวัดเสื้อขึ้นมาใส่อย่างรวดเร็ว แต่ถึงยังงั้นผิวขาวกับเนินอกที่น่าหลงใหลของเธอ ก็ปรากฏต่อสายตาของยูชอนอยู่ดี โซยอนหันไปหยิบยาที่ตู้มาหน้าแดงๆ ส่วนยูชอนก็ยิ้มที่แกล้งโซยอนได้

"ไม่รู้เธอจะอายทำไม ทำอย่างกับฉันไม่เคยเห็นไปได้"ยูชอนยิ้มแซวๆ รับยามาจากมือโซยอน เขาค่อยบีบยาแล้วทาลงบนหลังมือเธอเบาๆ แม้จะพยายามไม่ให้คนตรงหน้าเจ็บแล้วก็ตาม แต่โซยอนก็ยังนิ่วหน้าด้วยความเจ็บอยู่ดี เธอพยายามจะชักมือกลับ แต่ยูชอนก็ยื้อไว้แน่น

"ทนหน่อยสิ ไม่ทาแล้วจะหายได้ยังไง"ยูชอนพูดปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ ทำให้โซยอนรู้สึกดีขึ้นมาทันที เขายกมือเธอขึ้นมาเป่าเบาๆหลังจากที่ทายาเสร็จแล้ว การกระทำที่อ่อนโยนของเขาทำเอาใจเธอเต้นแรง...เธอดีกับฉันอย่างนี้แล้วฉันจะไปจากเธอได้ยังไง



"ทำไมโซยอนเปลี่ยนเสื้อผ้านานจัง"ยูจินทำปากเบะอยู่ที่โต๊ะกับยุนโฮ เขาเงยหน้ามองเธอยิ้มๆ

"ฉันว่าเธอน่าจะถามมากกว่า ว่าทำไมยูชอนถึงไปเข้าห้องน้ำนานจัง"ยุนโฮเอียงคอยิ้มๆ ยูจินหันมามองเขาอึ้งๆ

"แล้วทำไมฉันต้องถามด้วยล่ะ ฉันเป็นห่วงโซยอนมากกว่า มือเธอเจ็บอยู่น่ะ จะแต่งตัวยังไงน้า ถ้าไม่มีคนช่วย"ยูจินเริ่มเป็นห่วงเพื่อน

"ฉันตามไปดูดีมั้ย"ยูจินทำท่าจะลุกขึ้น ยุนโฮมองเธอยิ้มๆ ใจนึงก็อยากให้เธอไป...จะได้เห็นกับตาตัวเอง ว่าจริงๆแล้วน่ะมีคนช่วยโซยอนแต่งตัวอยู่แล้ว แต่อีกใจนึงก็ไม่อยากให้เธอเจ็บ เลยเอื้อมมือไปดึงเธอลงนั่งเบาๆ

"ไม่ต้องหรอก นั่งรอที่นี่เถอะ"ยุนโฮดึงเธอนั่งลง ยูจินจึงนั่งลงนิ่งๆแต่ยุนโฮก็ยังไม่ยอมปล่อยมือเธอ ยูจินมองเขาเป็นเชิงถามเมื่อยุนโฮทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูด ยุนโฮถอนหายใจน้อยๆก่อนจะพูดออกมา

"ถ้าฉันถามเธอว่าเธอรักยูชอนมั้ย เธอจะตอบหรือปล่าว"ยุนโฮถามขึ้นในที่สุด ยูจินอึ้งไปไม่คิดว่าเขาจะถามเธออย่างนี้

เพราะตั้งแต่วันแรกที่เธอเดินจูงมือยูชอนมาบอกกับเขาว่า พวกเขาคบกันแล้ว ยุนโฮก็ไม่เคยคิดจะสนใจถามเรื่องนี้เลย แต่กลับทำตัวเฉยเมยและทำตัวห่างจากเธอไป ทั้งที่เธอเองก็พยายามทำทุกทางเพื่อให้ยุนโฮรู้สึกดีขึ้น หลังจากที่เธอบอกรักเขาไป...แต่เขาปฏิเสธ เธอจึงรับรักของยูชอนที่เข้ามาปลอบใจเธอในเวลานั้น หนึ่งก็เพื่อที่จะให้ยุนโฮเบาใจและจะได้กลับมาอยู่ใกล้ๆเขาแม้ในฐานะเพื่อนก็ยังดี และอีกใจก็หวังว่ายูชอนจะทำให้เธอลืมยุนโฮได้ แต่นับวันยุนโฮกลับเด่นชัดขึ้นมาในใจเธอมากทุกที ยูชอนผู้ทำเพื่อเธอทุกอย่างนั้นไม่เคยได้รับความรักจากเธอเลย แม้เธอจะหลอกใครๆ หลอกแม้กระทั่งตัวเองว่าเธอรักเขา...จนเธอเริ่มเชื่อจริงๆว่าเธอรักเขา ทำให้เธอไม่สามารถตอบคำถามนี้ของยุนโฮได้

"เอ่อ ทำไมจู่ๆเธอถึงถามฉันอย่างนี้ล่ะ"ยูจินนิ่วหน้าน้อยๆ ยุนโฮถอนหายใจออกมาเบาๆ

"ก็ถ้าเธอตอบออกมา มันอาจจะทำให้ฉันตัดสินใจอะไรง่ายขึ้น"ยุนโฮพูดนิ่งๆ

"หมายความว่ายังไงน่ะ"ยูจินขมวดคิ้ว ยุนโฮมองเธอยิ้มๆ

"แค่เธอตอบมา คำตอบของทุกอย่างจะปรากฏในไม่ช้า"ยุนโฮเลิกคิ้วน้อยๆ ยูจินนิ่วหน้าคิด...ถ้าเธอไม่รักยูชอนเธอก็คงตอบมันออกมาได้ง่ายๆ งั้นก็แสดงว่าเธอรักเขาน่ะสิ เขาทำเพื่อเธอมาขนาดนี้ แล้วที่เธอคบกับเขาก็เพื่อลืมผู้ชายตรงหน้านี้ไม่ใช่หรือไง ก็บอกเขาไปซะสิเธอยังจะมาหวังอะไรได้อีก

"อืม ฉันรักยูชอนน่ะสิ...ไม่รักจะคบกันได้ยังไงล่ะ"ยูจินตอบกลับมายิ้มๆ

แต่คำตอบมันช่างเชือดเฉือนคนฟังดีเหลือเกิน...สายไปแล้วอย่างนั้นสิ นี่ฉันเสียเธอให้เขาไปแล้วจริงๆใช่มั้ย พอคิดถึงตรงนี้นั้นมันทำเอายุนโฮแทบหายใจไม่ออก ไม่ได้ ฉันไม่ยอมเสียเธอไปแน่ๆ ในตอนแรกเขาปฏิเสธเธอไป เพราะเขาไม่เชื่อมั่นในตัวเองดีพอ เขาอาจจะทำเธอเสียใจและทำให้เธอจากเขาไปในที่สุด เขาจึงเลือกที่จะเป็นเพื่อนกับเธอ ได้อยู่ข้างๆเธอแม้จะไม่ใช่ในฐานะคนรัก เขาจึงกัดฟันทนยืนอยู่ข้างๆเธอกับยูชอน แต่นับวันเธอก็ยิ่งห่างไกลจากเขาไป มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเอาเธอกลับมา ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องเสียเธอไปจริงๆ แม้จะต้องทำร้ายใจใครเขาก็จะเอาเธอกลับคืนมาให้ได้ เขาจะขอเห็นแก่ตัวและทำบาปเป็นครั้งสุดท้าย



"อั้ม กินเยอะๆน่ะ"ยูจินป้อนข้าวให้ยูชอน เมื่อพวกเค้าทั้งสี่มาถึงร้านอาหารกันแล้ว ยุนโฮมองภาพตรงหน้ายิ้มๆก่อนหันไปมอง โซยอนที่ใจแข็งกว่าที่คิดเธอนั่งกินข้าวไปนิ่งๆ เหมือนไม่เห็นภาพอะไรตรงหน้า เป็นเขาคงยัดอะไรไม่เข้าแต่โซยอนกลับเข้มแข็งกว่าที่คิด

"นี่ กินยังไงหน่ะ ปากเลอะหมดแล้ว"ยูชอนเอื้อมมือไปเช็ดที่ริมฝีปากของยูจินเบาๆ ด้วยสายตาอ่อนโยน ยูจินยิ้มแหยๆให้เขา

โซยอนมองภาพนั้นนิ่งๆ ผู้ชายที่พึ่งจะกอดเธอเมื่อกี๊ แต่ตอนนี้สวีทอยู่กับอีกคน ไม่ใช่ไม่เจ็บแต่มันชินและชาไปแล้ว หัวใจเธอโดนเหยียบย่ำมาครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะคนชื่อปาร์คยูชอน แต่เธอก็ยังไม่เข็ดแค่เขาทำดีกับเธอแค่ครั้งเดียว โซยอนก็พร้อมยอมลืมทุกอย่าง แต่เธอก็ไม่อยากเป็นอย่างนี้อีกต่อไปแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอต้องกลายเป็นคนไร้ความรู้สึกไปจริงๆ

"เฮ้อ อิ่มจังเลย"ยูจินลูบพุงตัวเองป๋อยๆหลังจากเดินจูงมือยูชอนออกจากร้านอาหารมา โซยอนกับยุนโฮเดินตามมานิ่งๆ

"ถ้าอย่างนั้นก็แยกกันตรงนี้เลยล่ะกัน"ยุนโฮหันมาบอกทั้งคู่ ยูชอนพยักหน้ารับ

"โซยอนมาเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง"ยุนโฮหันมาทางโซยอนที่ทำหน้าอึ้งๆอยู่ ก่อนเดินตามเขาไป

"โอ้ย ยูชอนบีบมือฉันทำไมมันเจ็บน่ะ"ยูจินนิ่วหน้าเมื่อยูชอนที่มองตามสองคนนั้นเดินไปบีบมือเธอซะแน่น

"โอะ โทษทีๆ ไปเราก็กลับบ้านกันเถอะ"ยูชอนหันไปยิ้มกับยูจิน ก่อนเดินจูงมือไปส่งเธอที่บ้าน ยิ้มทั้งๆที่อยากจะตะโกนมากกว่า เขาไม่ชอบให้ใครมาใกล้โซยอน แม้กระทั่งยุนโฮเพื่อนของเขาเองก็เถอะ



"เธอทนได้ยังไง"ยุนโฮถามโซยอนระหว่างทางที่เดินกลับบ้านมาด้วยกัน เธอเงยหน้ามองเขานิ่งๆ

"ทนอะไร"เธอถามกลับไปเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร ยุนโฮยิ้มๆ

"ก็ที่นั่งดูยูชอนนั่งสวีทกับยูจินน่ะสิ"ยุนโฮมองเธออย่างรู้ทัน โซยอนเลิกคิ้วน้อยๆ

"ฉันรู้เรื่องทุกอย่างหรอกน่า ไม่ใช่เพราะยูชอนบอก แต่เพราะฉันสังเกตเอง"ยุนโฮพูดขึ้นหลังเห็นสีหน้าเธอ โซยอนที่หน้าอึ้งๆพยักหน้าน้อยๆ

"งั้นหรอกเหรอ...แล้วเธอจะบอกยูจินมั้ย"โซยอนถามนิ่งๆ ยุนโฮเบะปาก

"ไม่หรอก ฉันจะไม่ทำอย่างนั้น มันดูทารุณกันเกินไป"ยุนโฮถอนหายใจ โซยอนมองเขานิ่งๆ

"เพราะฉันเองก็ทนเห็นยูจินเจ็บไม่ได้"ยุนโฮพูดยิ้มๆ โซยอนมองเขาอึ้งๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมา นี่เองต้นเหตุของทุกอย่าง เธอรักเขามาก่อนที่เขาจะรักยูจินซะอีก...แต่เรื่องมันผ่านมาจนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว เธอเดินมาไกลเกินไปแล้ว

"แล้วนายมาบอกฉันทำไม"โซยอนถามเขานิ่งๆ ยุนโฮยิ้ม

"ก็ถ้าเราร่วมมือกัน คงเอาคนที่ควรจะเป็นของเรากลับคืนมาได้...เธอไม่สนใจงั้นเหรอ"ยุนโฮเลิกคิ้วถามนิ่งๆ โซยอนมองเขาเฉยๆ...คำตอบมันก็เด่นชัดอยู่แล้วนี่

Part 2

"มาแล้วเหรอ"โซยอนเดินมาเปิดประตูให้ยูชอนเข้ามา

"อ่ะ นี่ยา"ยูชอนยื่นถุงยาที่วิ่งไปซื้อมาก่อนมาที่ห้องของเธอให้ไป โซยอนรับมายิ้มๆ

"นี่เธอวิ่งมาตั้งไกล เพื่อเอายามาให้ฉันหรือไง"โซยอนเดินไปนั่งที่โซฟา ยูชอนเดินไปนั่งลงตาม

"ป่าวสักหน่อย เธอก็รู้ว่าฉันมาทำไม"ยูชอนมองเธอยิ้มเจ้าเล่ห์ โซยอนยิ้มตอบกลับไป

"เอามานี่สิเดี๋ยวฉันทาให้"ยูชอนแกะถุงยาออก ก่อนบีบยาลงปนนิ้วเขาเบาๆ ก่อนนวคคลึงบริเวณหลังมือโซยอนอย่างเบามือ...ขี้โกง นายมันขี้โกง นายเป็นซะอย่างนี้แล้วฉันจะหนีไปไหนได้ แต่จะให้อยู่อย่างนี้ต่อไปฉันก็ทนจะไม่ไหวเหมือนกัน ต้องทนเห็นเธออยู่กับเค้าทุกวัน เห็นเธอสองคนรักกัน แต่กับฉันแค่ความอ่อนโยนที่เธอหยิบยื่นให้ ได้แค่นี้ฉันก็ดีใจมากแล้ว โซยอนนั่งน้ำตาซึมๆ

"ยังเจ็บอยู่มั้ย"ยูชอนเงยหน้ามองเธอที่ตอนนี้ตาแดง ก็นึกว่าเธอเจ็บที่แผล โซยอนส่ายหัวน้อยๆ

"ไม่เจ็บแล้วล่ะ...มันชาๆไปแล้ว"โซยอนตอบ...ไม่ใช่ที่แผลหรอกที่มันเจ็บ...ใจฉันต่างหากมันเต้นตุบ ตุบ ยิ่งเต้นก็ยิ่งเจ็บ

"ดีแล้วล่ะ...วันนี้ทำไมอาบน้ำเร็วจัง"ยูชอนทำจมูกฟุดฟิด สูดกลิ่นหอมจากตัวของโซยอนใกล้ๆ เธอเบี่ยงตัวหลบน้อยๆ

"ก็มันง่วงนี่ วันนี้งานฉันหนักน่ะ ทำแทนเพื่อนตั้งสองกะ"โซยอนทุบไหล่ตัวเองเบาๆ ยูชอนมองยิ้มๆ

"ฉันช่วยนวดให้เอามั้ย"ยูชอนยิ้มแบบนี้อีกแหล่ะ โซยอนมองเขาหน่ายๆ

"ไม่เอาหรอก นายนวดไม่โดนจุดที่ฉันเมื่อยทุกที"โซยอนเบือนหน้าหนี

"เอาน่า"ยูชอนดึงแขนเธอไว้เบาๆ ก่อนจะค่อยๆวางมือบนไหล่เธอ แล้วลงแรงบีบลงไป โซยอนส่งเสียงร้องออกมาน้อยๆเมื่อยูชอนคลายจุดที่เมื่อยของเธอได้

"นี่ อย่าทำอย่างนี้สิ"ยูชอนกระซิบข้างหูเธอเบาๆ ลมหายใจอุ่นๆของเขาแตะที่ริมหูเธอน้อยๆ โซยอนหันมายิ้มให้ ยูชอนเลยอดใจไม่ไหวก้มลงประทับริมฝีปากลงบนปากบางของเธอเบาๆ ก่อนจะดันเธอนอนลงบนโซฟาไป แล้วทิ้งตัวลงไปคร่อมร่างเธอเอาไว้ ริมฝีปากของเขาไต่ไล้ไปทั่วใบหน้าเธอก่อนย้อนลงมาที่ริมฝีปากอันอ่อนหวาน จากจูบที่เริ่มต้นอย่างอ่อนหวานรุกไล้หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะสอดแทรกลิ้นของเขาเองเข้าไปในโพรงปากอันอ่อนหวานของคนตรงหน้า กวาดเอาความหวานภายในออกมาจนหมด โซยอนหอบน้อยๆเมื่อยูชอนละริมฝีปากออกไป ก่อนก้มลงฝังหน้าเขาเองลงบนคอขาวเนียนของเธอ ฝ่ามือก็ทำหน้าที่ปลดกระดุมชุดนอนโซยอนออกอย่างคุ้นเคย

"อือ~~"เสียงครางกระเซ่าเมื่อยูชอนเลื่อนมือลงไปถึงกางเกงนอนของเธอ และเมื่อจัดการให้โซยอนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าแล้ว ยูชอนก็ละริมฝีปากออกมาจากอกอวบอิ่มของเธอ ถอดเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว

"วันนี้ฉันเหนื่อยมากแล้วน่ะ"โซยอนท้วงขึ้นเมื่อยูชอนทับร่างตัวเองลงมาหาเธอ ยูชอนไม่ฟังแค่ก้มลงซุกไซร้ลงบนลำคอขาวอีกครั้ง

"อือ ฉันรู้แล้ว"ยูชอนว่าพลางขยับมือไปนวลคลึงหน้าอกนวลอย่างเอาใจ จนโซยอนครางออกมาน้อยๆ ยูชอนมองคนตรงหน้าอย่างพอใจ ก่อนแทรกตัวลงไปในร่างเธออย่างคุ้นเคย...เจ็บ คราวนี้เจ็บกว่าเคย ด้วยความคิดคำนึงว่าตัวเองเป็นได้แค่นี้แหล่ะ โซยอน แค่ร่างกายเท่านั้นที่ยูชอนต้องการจากเธอ แต่เธอก็พร้อมให้เขาได้ทุกอย่าง



"อ้าว? ทำไมนายมานี่ล่ะ"ยูจินเอ่ยถามขึ้น เมื่อยุนโฮเดินมาหาเธอในตอนเช้า แทนที่จะเป็นยูชอนที่ธอนัดเขาไว้ ให้มาช่วยซื้อของหน่อย

"ก็ยูชอนโทรมาเมื่อเช้าว่าลุกไม่ไหว ให้ฉันมาช่วยเธอซื้อของแทนน่ะ"ยุนโฮตอบยิ้มๆ ยูจินพยักหน้าน้อยๆ

"งั้นก็ไปกันเถอะ วันนี้เราต้องไปหลายที่น่ะ"ยูจินเดินนำยุนโฮออกไป แต่ด้วยความที่เดินไม่ดูเกือบทำให้ถูกรถมอเตอร์ไซต์เฉี่ยวเอาได้ ดีที่มือยุนโฮดึงเธอหลบพ้นไปซะก่อน

"นี่ เดินดูทางบ้างจะได้มั้ย"ยุนโฮดึงมือเธอมาใกล้ดุ ยูจินยิ้มแหยๆขอโทษ

"ตกใจมากรึปล่าว"ยุนโฮถามอย่างเป็นห่วง

"นิดหน่อยน่ะ ไม่เป็นไรแล้ว"ยูจินจะดึงมือตัวเองออกจากการจับกุมของยุนโฮ

"ไม่ได้หรอกเธอน่ะ มันจอมซุ่มซ่ามเลย จับไว้อย่างนี้ดีแล้ว"ยุนโฮว่าพลางเดินนำไปอย่างไม่สนใจการประท้วงของยูจิน ที่มองตามเขาไปอย่างไม่เข้าใจ

แล้วตลอดทั้งวันพฤติกรรมของยุนโฮที่มีต่อยูจิน ก็ทำให้เธอหวั่นไหวยิ่งนัก ยุนโฮเอาอกเอาใจเธอทุกอย่าง เหมือนก่อนหน้านี้ ก่อนหน้านี้ที่เธอจะสารภาพรักกับเขาไป แต่หลังจากนั้น หลังจากที่เธอคบกับยูชอน ยุนโฮก็ไม่เคยปฏิบัติกับเธออย่างนี้อีกเลย การที่เขาทำอย่างนี้มันทำให้ความรู้สึกเก่าๆ ระหว่างเขาและเธอที่มันไม่เคยเลือนหายไปไหนจากใจยูจินกลับมาอีก เธอไม่อยากรู้สึกอย่างนี้เลย ไม่ชอบ...แต่ให้ขัดขืนก็ทำไม่ไหว
"อันนี้ก็ดีน่ะ ดูสิ"ยุนโฮนั่งลงเลือกของเองกับมือ ดึงมือยูจินให้นั่งลงตามด้วย

"เลือกสร้อยข้อมือให้แฟนเหรอค่ะ"คนขายถามอย่างอารมณ์ดี ยูจินทำหน้าตกใจกำลังจะปฏิเสธ

"ครับ...เอ้า ยูจินเลือกสิ"ยุนโฮตอบรับทันที ก่อนหันไปดึงมือยูจินที่นั่งอึ้งๆ อยู่อีกครั้งหนึ่ง...มันหวั่นไหวเป็นบ้าเลย รู้ตัวมั้งมั้ยยุนโฮ นายกำลังทำลายความตั้งใจที่จะลืมนายของฉันอยู่น่ะ



"โซยอน ทำไมยังไม่ลุกอีกล่ะ นี่มันจะบ่ายแล้วน่ะ"ยูชอนเดินมาชะโงกหน้าเข้ามาในห้องนอนของโซยอน เจ้าตัวยังนอนอยู่กับเตียง ยูชอนนิ่วหน้าสงสัยน้อยๆ

"นี่ ตื่นได้แล้ว"ยูชอนเขย่าไหล่เธอเบาๆ

"อือๆ รู้แล้วๆ"โซยอนบัดมือเขารำคาญๆ ยูชอนมองเธอยิ้มๆ ก่อนจะก้มลงไปฝังจมูกลงบนแก้มขาวๆ ให้ช้ำเล่นจนเจ้าตัวต้องลืมตาขึ้นมอง

"ถ้ายังไม่ตื่นอีก จะใช้มาตราการเด็ดขาด"ยูชอนยิ้มเหี้ยมๆ จนโซยอนต้องดันตัวลุกขึ้นทันที

"อือ ตื่นแล้วๆ"โซยอนเอาหัวพิงหัวเตียงง่วงๆ ยูชอนมองสภาพคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู

"นี่น่ะตื่นแล้ว มานี่ โดนซะหน่อย"ยูชอนทำท่าจะเข้าไปกอด แต่โซยอนยันเอาไว้ได้ก่อน...แต่ก็ไม่เป็นผล

"ฮ่า ฮ่า ไม่เอาแล้วน่ะ เหนื่อยแล้วจริงๆ"โซยอนดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของยูชอน ที่ก้มหน้าลงซุกไซร้ซอกคอเธอให้จั่กจี้เล่น

"ทีนี้ตื่นแล้วใช่มั้ย"ยูชอนเงยหน้ามองเธอ

"ตื่นแล้วๆ ตาสว่างเลยเห็นมั้ยเนี่ย"โซยอนทำตาโต ยูชอนหัวเราะเบาๆ

"ถ้าตื่นแล้วก็ไปกินข้าวเช้าเถอะ เอะ หรือว่าข้าวเที่ยงดี"ยูชอนยิ้มกว้าง โซยอนเลยหย่อนเท้าลงจากเตียงในที่สุด

"แล้วเธอจะไปไหนเหรอ"โซยอนหันมาถามยูชอน หลังจากที่เธอกินข้าวเสร็จแล้ว

"ก็ไปหายูจิน วันนี้ตอนเช้าไปช่วยซื้อของไม่ไหวน่ะ สงสัยจะมีงอน ต้องไปดูสักหน่อย"ยูชอนพูดออกมายิ้มๆ โซยอนเองก็ยิ้มตอบกลับไปอย่างเข้าใจ...ก็ตั้งแต่แรกแล้วที่มันเป็นแค่ความสัมพันธ์ทางร่างกาย ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ถ้าเธอแสดงอาการ อารมณ์ ความรู้สึกอะไรออกไป ทุกอย่างคงจะจบลง เธอจึงต้องทนฝืนทำตัวเป็นคนไร้ความรู้สึกอย่างนี้ไงเล่า

"ยูชอน...ฉันถามอะไรหน่อยสิ"โซยอนถามขึ้นหลังระหว่างที่เธอเก็บโต๊ะอยู่ แล้วยูชอนกำลังจะเตรียมตัวออกไป

"อือ ว่ามาสิ มีอะไรเหรอ"ยูชอนหันกลับมามองยิ้มๆ

"ถ้า...ฉันมีคนอื่น...เธอจะว่ายังไง"โซยอนถามขึ้นนิ่งๆ

"อะไรน่ะ"ยูชอนถามเสียงดัง โซยอนตกใจขึ้นมาทันที

"ฉัน...ทำอย่างนั้นได้มั้ย"โซยอนถามนิ่งๆ ยูชอนมองเธองงๆ

"แค่เรื่องสมมติน่ะ"โซยอนเสริมขึ้นเมื่อเห็นสายตาของเขา ยูชอนถอนหายใจออกมาน้อยๆ

"ก็แล้วทำไมจะไม่ได้ล่ะ...เธอกับฉัน เราไม่ได้มีอะไรผูกมัดกันนี่ เธอเองก็รู้ดีไม่ใช่เหรอจะถามอีกทำไม"ยูชอนนิ่วหน้าน้อยๆ...รู้สึกไม่ดีเลย แค่คิดว่าโซยอนจะไปมีคนอื่นก็โมโหจะแย่แล้ว แต่ทำไม่ปากมันต้องพูดออกมาอย่างนั้นด้วย

"งั้นเหรอ...ก็แค่ลองถามดู ฉันแค่กำลังต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง"โซยอนยิ้มน้อยๆ ก่อนเดินเข้าห้องน้ำไป ยูชอนมองเธออย่างไม่เข้าใจนัก ก่อนเดินออกจากห้องไป ทันทีที่เสียงประตูด้านนอกปิดลง โซยอนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องน้ำทันที เธอบ้าไปแล้วแน่ๆ รู้ทั้งรู้ว่าเขาจะตอบกลับมายังไง ยังอยากจะถามอีก ยังจะมีความหวัง ยังอยากจะหวังอะไรอีก น้ำตารินไหลออกมาจากดวงตากลมใสอย่างหยุดไม่ได้ แรงสะอื้นที่อยากจะกรีดร้องออกมาเมื่อคืน ค่อยๆดังขึ้น ดังให้สมกับที่ตัวเองอัดอั้นมานาน ร้องซะให้พอโซยอน ร้องซะวันนี้ พรุ่งนี้เธอต้องใช้แรงอีกเยอะ...เธอต้องออกเดินทางไกลแล้วน่ะรู้ตัวมั้ย เดินจากไปให้ไกลๆ



"ทำไมวันนี้นายทำตัวแปลกๆยุนโฮ"ยูจินถามขึ้นเมื่อพวกเค้ามานั่งรอยูชอน ที่พึ่งโทรมาบอกว่าจะมารับยูจิน

"แปลก? แปลกตรงไหน ฉันก็เป็นของฉันอย่างนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง"ยุนโฮเลิกคิ้วงงๆ

"ก็ก่อนหน้านี้...นายไม่ได้เป็นอย่างนี้นี่ ตั้งแต่..."ยูจินหลบสายตายุนโฮที่มองจ้องมา

"งั้นเหรอ...แล้วถ้าอย่างนั้นเธอไม่ดีใจหรือไงที่ฉันกลับมาเหมือนเดิม"ยุนโฮก้มลงมองเธอ ยูจินนิ่วหน้าน้อยๆ

"ฉันจะกลับไปเป็นยุนโฮของเธอคนเดิมไงเล่า"ยุนโฮมองเธออย่างสื่อความหมาย และใช่ว่ายูจินจะอ่านมันไม่ออก แต่เธอไม่อยากให้ความหวังกับหัวใจดวงนี้อีกแล้ว เธอยังไม่พร้อมที่จะเจ็บอีกครั้ง

"ยุนโฮฉันว่าเรื่องนี้..."ยูจินท้วง

"เธอคิดว่ายังไงถ้าฉันจะกลับไปเป็นยุนโฮของเธออีกครั้ง"ยุนโฮถามขึ้นมาก่อน ยูจินมองหน้าเขาอึ้งๆ

"อะไรน่ะ"ยูจินถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

"ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้น่ะ ยูจิน...ฉันจะไม่ตอบปฏิเสธเธอ"ยุนโฮพูดขึ้นนิ่งๆ เพียงแค่นี้ใจยูจินก็เต้นไม่เป็นจังหวะ

"นายมาพูดอะไรเอาป่านนี้ นายมาพูดอย่างนี้ทำไม"ยูจินมองหน้าเขาเคืองๆ ยุนโฮยิ้มน้อยๆ

"มันสายไปแล้วหรือไง สายไปแล้วเหรอสำหรับเธอ"ยุนโฮเลิกคิ้วถามนิ่งๆ

"...ตอนนี้ฉันมียูชอนอยู่ข้างๆ ฉันมีแฟนแล้ว และเราก็เป็นเพื่อนกันอย่างที่เธอต้องการแล้วไง...เธอยังต้องการอะไรอีก"ยูจินมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

"ต้องการเธอ"ยุนโฮตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว...อะไรน่ะ ยูจินงงไปหมดแล้ว

"ฉันรู้ว่ามันช้าเกินไปที่ฉันพึ่งจะมาพูดอย่างนี้ แต่ว่าเธอไม่ลองไปคิดดูหน่อยหรือไง"ยุนโฮเอียงคอมองเธอ ยูจินนิ่วหน้ามองเขา

"ยุนโฮ เรื่องนี้น่ะ มันไม่เข้าท่าเลยน่ะ นายกำลังจะเล่นอะไรอยู่เนี่ย"ยูจินเสียงเครียด ยุนโฮยักไหล่น้อยๆ

"นายไม่ต้องมาถามฉันอย่างนี้อีกน่ะ ฉันมียูชอนอยู่แล้วจะยังไงมันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วล่ะ"ยูจินถอนหายใจ ยุนโฮมองเธอนิ่งๆ

"ถ้าเธอว่ายังงั้น...ก็ได้"ยุนโฮกอดอกยิ้มๆ นั้นทำให้ยูจินมองเขาอย่างหวั่นๆ คิดจะทำอะไรกันแน่น่ะ

"ยุนโฮ นาย..."แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไร...

"ยูจินจ๋า ปาร์คยูชอนมาแล้วจ้า"ยูชอนยิ้มร่าวิ่งมาหาเธอ ยูจินได้แต่มองยุนโฮค้อนๆ ก่อนหันไปหายูชอนที่วิ่งเข้ามา ยุนโฮก็หันไปยิ้มให้เขาอย่างเคย นายมันเลวยุนโฮ ตีสองหน้าเข้าไว้ ต้องทนเป็นคนเลวยังไงก็ได้เพื่อให้ได้เธอมา ...เลวกว่านี้ก็ต้องทำ



"นายนัดฉันออกมาทำไมเนี่ย"โซยอนเดินหน้าง่วงๆลงมา ที่ร้านคอฟฟี่ช้อปใกล้ห้องพักของเธอ

"เรื่องที่ฉันเสนอเธอไปน่ะ ยังสนใจอยู่มั้ย"ยุนโฮนั่งรอเธออยู่ ถามขึ้นนิ่งๆ โซยอนนิ่วหน้ามองเขาน้อยๆ

"...ถึงต้องทำกันอย่างนี้เลยเหรอ ถึงจะได้เธอมาน่ะ"โซยอนเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

"ของบางอย่าง อยู่ใกล้ตาเกินไปก็มองไม่เห็น...เธอไม่เคยได้ยินหรือไง"ยุนโฮพูดขึ้นเบาๆ

"ใช่ แล้วของบางอย่างที่ได้มาง่ายเกินไป คนก็มองไม่เห็นค่าเหมือนกัน"โซยอนยิ้มเยาะตัวเองน้อยๆ

"สีหน้าเธอดูเจ็บปวดมากเลยน่ะ...ยูชอนไม่เห็นได้ยังไงเนี่ย แค่ฉันนั่งอยู่ตรงหน้าเธอแค่แป็บเดียว...ฉันยังรู้สึกถึงมันได้เลย"ยุนโฮนิ่วหน้ามองคนตรงหน้า ที่ดูบอบบางเหมือนแก้วและพร้อมจะแตกสลายไปได้ทุกเมื่อ

"ก็อย่างที่นายบอกน่ะแหล่ะ ของบางอย่างใกล้เกินไป...ก็มองไม่เห็น"โซยอนยิ้มนิ่งๆ



"ทำไมสีหน้าเธอไม่ดีเลยล่ะ ยูจิน"ยูชอนถามขึ้นเมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านเธอแล้ว

"อืม ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่คิดอะไรเพลินไปหน่อย"ยูจินรับของจากยูชอนมาไว้ในมือ

"อย่าทำหน้าอย่างนี้สิ ฉันไม่ชอบเห็นเธอทำหน้าหงอยๆอย่างนี้เลย"ยูชอนเอื้อมมือมาลูบผมเธอเบาๆ ยูจินยิ้มรับสัมผัสจากยูชอนช่างอบอุ่น และปลอบประโลมได้ทุกเวลา เขาดีกับเธอมากซะจนทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะคิดจะไปจากเขา เพราะยุนโฮ...ผู้ชายที่ยูชอนทำทุกอย่างเพื่อให้เธอลืม

"อืมๆ ขอโทษน้า"ยูจินเงยหน้ามองเขา ยูชอนยิ้มให้อย่างอบอุ่น

"แล้วก็ขอบคุณมาก"ยูจินพูดขึ้น ยูชอนนิ่วหน้าน้อยๆ ไม่เข้าใจ

"ขอบคุณที่อยู่ข้างๆฉัน ปลอบโยนฉันมาโดยตลอด"ยูจินหยิกแก้มเขาเบาๆ ยูชอนยิ้มน้อยๆ

"ไม่เป็นไรหรอก มันเป็นหน้าที่ฉันนี่ ฉันอยากให้เธอยิ้มได้ แค่นี้ฉันก็มีความสุขแล้ว"ยูชอนลูบหัวเธอกลับไป


Part 3 ...The end of Sin


"ทำไมยุนโฮยังไม่มาล่ะ"ยูจินหันมาถามยูชอนอย่างร้อนใจ หลังจากที่รอยุนโฮอยู่หน้าโรงหนัง แล้วเลยนัดมาแค่10นาที แต่ยุนโฮที่ยูจินรู้จักไม่เคยปล่อยให้เธอต้องรอนาน เขาจะมารอเธอก่อนเสมอมันเลยทำให้เธอกังวลใจ ท่าทางห่วงใยของยูจินที่มีต่อยุนโฮ ยูชอนเองก็รู้ดีทุกอย่าง เขารู้ว่าเธอรักยุนโฮ รักมาตลอดแม้กระทั่งตอนนี้ก็เถอะ แต่เขาก็แค่หวังว่าความรักของเขาคงทำให้เธอรักเขาตอบมาได้...ต้องรอกันถึงเมื่อไหร่ล่ะ

"ใจเย็นๆน่า เด๋วก็มา"ยูชอนบีบมือเธอปลอบ สักพักยุนโฮก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ยูจินยิ้มให้เขาทันที แต่ทั้งยูจินและยูชอนต้องหน้าเสีย เมื่อมองเห็นว่ามือของยุนโฮจับไว้กับมือของโซยอนแน่น นั้นมันแปลกออกไปน่ะ

"โทษทีๆ ฉันรอโซยอนเลิกงานอยู่น่ะ"ยุนโฮหอบน้อยๆ พลางดึงมือโซยอนมายืนใกล้ๆกัน ยูจินกับยูชอนมองทั้งคู่อึ้งๆงงๆ ยูชอนมองมือทั้งคู่ที่เกี่ยวกันไม่ยอมปล่อยอย่างมึนๆ

"อ้าว? รออะไรล่ะ เข้าไปกันเถอะ"ยุนโฮจูงมือโซยอนที่หลบสายตายูชอน ที่มองอย่างจะกินเลือดกินเนื้อตามเข้าไป ยูชอนหันไปดึงยูจินที่ตัวแข็งไปแล้วเข้าไปด้วยกัน

"นายว่าทำอย่างนี้มันจะดีจริงๆเหรอ"โซยอนหันไปกระซิบกับยุนโฮ หลังจากที่นั่งลงในโรงหนังกันแล้ว ยุนโฮหันมามองเธอยิ้มๆ ก่อนกระซิบเบาๆ

"เอาน่า เธอไม่เชื่อฉันหรือไง"ยุนโฮขยับตัวเข้าไปใกล้โซยอน ยูชอนที่นั่งอยู่ติดกันเหลือบมองพวกเขาอย่างไม่สบอารมณ์ มองยุนโฮที่ดูสนิทสนมกับโซยอนมากเกินไป ตอนนี้เขาเริ่มกลัว กลัวว่าสิ่งที่เขากำลังคิดจะเป็นจริง กลัวที่โซยอนอาจจะหันหลังจากเขาไป เพราะเขาเองเป็นคนพูดไว้ว่า ความสัมพันธ์ของพวกเค้าทั้งสอง เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ผูกมัด ถ้าโซยอนมีใครเธอก็สามารถไปจากเขาได้ เหมือนที่เขาเองที่ยังอยู่กับยูจิน แต่ตอนนี้เขากลับกลัวคำพูดของเขาเอง

แต่เวลาเดียวกันนี้ น้ำตาของยูจินซึมออกมามันเจ็บยิ่งกว่า เธอเลิกรักเขาไปแล้วไม่ใช่เหรอ หัวใจที่เธอเคยให้เขามันหายเจ็บไปแล้วไม่ใช่เหรอ เธอรักอยู่กับยูชอนไม่ใช่เหรอ ทำไมเธอต้องรู้สึกไม่ดีด้วย ถ้ายุนโฮกับโซยอนจะคบกัน ทำไมหัวใจมันเต้นตุบๆ ดิ้นรนให้ลุกขึ้นไปหาเขา บอกเขาว่าอย่าไปจากเธอเลยน่ะ อย่าไปหาโซยอนเลย เธอจะทำยังไงดี นี่เธอไม่เคยลืมยุนโฮจริงๆใช่มั้ย เธอจะทำอะไรได้อีก มันสายเกินไปแล้วหรือยัง



"ทำไมฉันต้องมานั่งสับสนอย่างนี้ด้วย"ยูจินบ่นอย่างไม่เข้าใจตัวเอง เมื่อยูชอนที่มาส่งเธอรีบกลับไปแล้ว ยูจินก็เอาแต่เดินวนไปมาในห้องอย่างกระวนกระวาย เธอไม่เข้าใจยุนโฮเลย วันก่อนเขายังพูดเหมือนจะกลับมาหาเธอ เหมือนให้โอกาสให้ความหวังกัน พูดจนใจเธอสับสนไปหมด แต่มาวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมยุนโฮมากับโซยอน ทำไมสองคนนั้นทำเหมือนกำลังคบกัน ทำไมเธอต้องกระสับกระส่ายอย่างนี้ด้วย

"เธอบ้าไปแล้ว ชางยูจิน บ้าไปแล้วแน่ๆ"ยูจินพึมพำอย่างหัวเสีย สายตาจ้องไปที่โทรศัพท์ ว่าจะโทรไปถามโซยอนเลยดีมั้ย แต่มันคงดูไม่ดีถ้าไปถามอย่างนั้น...คงจะไม่เป็นไรหรอกมั่ง ก็เราเป็นเพื่อนสนิทกันนี่น่า อยากรู้เรื่องของเพื่อนคงไม่เป็นไร ยูจินคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทันที

"ฮัลโหล โซยอน คุยได้หรือปล่าว"ยูจินกรอกเสียงลงไปอย่างกระวนกระวาย

//อือ คุยได้...มีอะไรหรือปล่าว//โซยอนตอบกลับมานิ่งๆ

"เอ่อ คือ...ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่เหรอ"ยูจินยังไม่กล้าถามตรงประเด็น

//ทำงานน่ะ มีอะไรก็พูดมาสิ นี่ฉันแว่บออกมารับโทรศัพท์น่ะ//โซยอนเร่ง ยูจินคิดหนักก่อนรวบรวมความกล้าถามออกไป

"เอ่อคือ...เธอ..กับยุนโฮ คือว่า...ทำไมถึง...คือว่า พวกเธอกำลังคบกันอยู่เหรอ"ยูจินถามออกไปในที่สุด โซยอนนิ่งเงียบไป

"โซยอน"ยูจินต้องส่งเสียงเรียกเธอเบาๆ

//อือๆ คือว่ายุนโฮกับฉัน...เรากำลังจะคบกันน่ะ//โซยอนตอบออกมาในที่สุด ทำเอาหัวใจของยูจินกระตุกวูบไปทันที

//แต่ว่า ฉันยังไม่ได้ตอบอะไรเขาไปหรอกน่ะ//โซยอนเสริมนิ่งๆ ยูจินได้แต่ฟังไม่สามารถพูดอะไรได้อีกแล้ว

"โซยอน...แค่นี้ก่อนน่ะ"ยูจินวางโทรศัพท์ไปในที่สุด ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างอ่อนแรง นี่มันหมายความว่าไงยุนโฮ นายทำอย่างนี้มันหมายความว่าไง นายมาให้ความหวังกับฉันแล้วจู่ๆก็จะหันไปคบกับโซยอนงั้นเหรอ ทำไมอยู่ฉันถึงทำใจรับมันไม่ได้ ทำไมมันถึงดิ้นรนมากมายขนาดนี้ เรามียูชอนอยู่แล้วนี่นึกถึงเขาไว้ซี่...แต่ยิ่งหลับตานึกภาพยูชอนมากเท่าไหร่ ภาพยุนโฮก็ยิ่งปรากฏขึ้นมาในหัวมากเท่านั้น

"ออกไปน่ะ ยุนโฮ ออกไปจากหัวฉันเดี๋ยวนี้"ยูจินตะโกนลั่นห้องน้ำตาซึม...มาทำกันอย่างนี้ต้องมีด่ากันหน่อยล่ะ ฉันยอมให้นายเอาแต่ใจมามากแล้วยุนโฮ ฉันจะไม่ยอมนายอีกแล้ว



"ฮัลโหล"ยุนโฮกดรับโทรศัพท์ยิ้มๆ หลังจากมองดูเบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอ

//ยุนโฮ...เธอยุ่งอยู่หรือปล่าว//ยูจินโทรมาด้วยเสียงขุ่นๆ

"อืม ว่างอยู่ ทำไมมีอะไรเหรอ"ยุนโฮถาม ทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว

//ฉัน...อยากเจอเธอ...มีอะไรจะคุยด้วยหน่อย//ยุนโฮยิ้มออกมาอย่างดีใจ

"งั้นก็มาที่ร้านของโซยอนสิ"ยุนโฮบอกเธอนิ่งๆ

//...ฉันอยากเจอเธอ...คนเดียว//นั้นทำยุนโฮยิ้มกว้างกว่า...แค่นี้เขาก็ตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น

"ก็นั้นแหล่ะ โซยอนออกกะไปแล้ว"ยุนโฮบอกยิ้มๆ ก่อนจะกดวางโทรศัพท์ แล้วนั่งรอคอยการมาของยูจิน

แล้วเมื่อเธอมายุนโฮก็ยิ้มกว้างให้เธอทันที ไม่สนใจว่าเธอเดินมาด้วยหน้าตาที่บึงตึงและเอาเรื่องมากแค่ไหน ทันทีที่ยูจินเดินเข้ามายืนข้างๆเขา ยุนโฮก็คว้าเธอมากอดอย่างไม่ทันตั้งตัว ยูจินดันตัวเขาออกหลังจากหายอึ้งแล้ว มองเขางงๆ ยุนโฮได้แต่ยิ้มกว้าง

"ฉันรักเธอ"ยุนโฮพูดออกมาทันทีที่ยูจิน มองตรงเข้าไปในดวงตาเขา ยูจินได้แต่ยืนอึ้งอยู่ในอ้อมแขนเขา นี่มันอะไร จุงยุนโฮ ผู้ชายที่เคยปฏิเสธความรักของฉัน บอกว่ารักฉันอย่างนั้นเหรอ เธอมองเขาอย่างไม่เชื่อ ยุนโฮยังยิ้มอ่อนโยนมองลึกเข้าไปในแววตาเธอ

"ฉัน รัก เธอ"ยุนโฮย้ำอย่างหนักแน่น หลังจากนั้นน้ำตาของยูจินก็ค่อยๆไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ คำที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยิน จนตัดใจไปแล้ว แต่เธอก็ได้ยินมัน ยุนโฮมองเธอยิ้มๆก่อนคว้าเธอมากอดอย่างปลอบโยน

"ส่วนความรู้สึกเธอไม่ต้องบอกฉันแล้วล่ะ เธอบอกฉันมามากพอแล้ว มากแล้วจริงๆ"ยุนโฮบอกเธออย่างแผ่วเบา ยูจินยิ้มน้อยๆอยู่ในอ้อมแขนเขา ตอนนี้เธอยอมให้คนทั้งโลกเกลียด เธอจะไม่ว่าอะไรเลย ขอแลกกับความรู้สึกตอนนี้เท่านั้น หลังจากนี้เธอยอมตกนรกให้กับความผิดของเธอ ความผิดที่หลอกใช้ความรู้สึกของคนแสนดีคนหนึ่ง ขอโทษน่ะยูชอน ขอโทษน่ะโซยอน

โดยที่จริงแล้วสิ่งที่ยุนโฮทำไปทั้งหมดเพื่อต้องการรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของยูจิน
ว่ายังมีเขาอยู่มั้ย ขอแค่ให้ได้รู้เท่านั้นว่าเธอยังมีเขาอยู่เพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น เขาก็จะทำทุกอย่างให้ได้เธอคืนมา แม้ต้องทำร้ายยูชอน และหลอกใช้โซยอน...ผู้ที่ยุนโฮรู้ดีว่าเธอยอมให้หลอกใช้ เพราะจุดประสงค์ของเธอ ไม่ใช่เพื่อให้ได้ยูชอนกลับมา แต่เพื่อ...



ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะหน้าประตูห้องของโซยอนดังขึ้น นั้นเคยเป็นเสียงที่เธอรอคอย แต่สำหรับตอนนี้มันทำให้เธอหวาดหวั่น เธอค่อยๆก้าวไปเปิดประตูให้คนข้างนอกเข้ามา โดยไม่ต้องดูก่อนว่าเป็นใคร เธอจำได้แม้เสียงฝีเท้าจนกระทั่งเสียงเคาะประตูของเขา

"..."

"..."

ทั้งคู่ต่างก็นิ่งเงียบเมื่อยูชอนก้าวเข้ามาข้างในแล้ว มีแต่เสียงหัวใจของโซยอนที่ดังตึกตัก กับสายตาของยูชอนที่มองตรงมาอย่างเชือดเฉือน โซยอนมองเขาอย่างหวั่นๆ ก่อนสูดหายใจลึกๆ

"...มาทำไมเหรอ"โซยอนถามคำถามที่ทำให้ยูชอนเดือดขึ้นมาทันที

"ทำไมต้องถามแบบนี้ เธอไม่เคยถามแบบนี้นี่"ยูชอนตรงเข้าจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ทันที โซยอนนิ่วหน้าน้อยๆด้วยแรงมือทีบีบลงมา แต่โซยอนฝืนทนเธอจะเจ็บแค่วันนี้เท่านั้น...

"ฉันก็จะถามว่าเธอมาเพื่อนอนกับฉัน หรือมาเพราะคิดถึงฉันยังไงเล่า"โซยอนคอบกลับไปเสียงดัง เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ยูชอนคล้ายมือที่บีบทันที มองเธออึ้ง

"สำหรับเธอฉันเป็นอะไร...คู่นอน นางบำเรอ หรือแค่ผู้หญิงเลวๆที่แอบมีอะไรกับแฟนเพื่อน"โซยอนมองเขาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความน้อยใจ ยูชอนปล่อยมือออกจากไหล่เธอทันที มองเธออย่างไม่เคยเห็นมาก่อน

"เธอไม่เคยเป็นอย่างนี้ เธอเป็นอะไรไปโซยอน เพราะยุนโฮงั้นเหรอ เพราะเขาใช่มั้ย เธอสองคนคบกันจริงๆเหรอ"ยูชอนถามมาเป็นชุด โซยอนเบือนหน้าหนีเขา...เธอไม่ได้ทำทุกอย่างเพื่อต้องการยูชอนกลับมา แค่ความคิดที่ว่าจะให้ยูชอนกลับมาหาเธอเพราะเขาไม่เหลือใคร มันทำให้เธอสมเพชตัวเอง เธอปล่อยให้ตัวเธอเองตกอยู่ในสถานะนี้มานานแล้ว เธอโยนศักดิ์ศรีเธอทิ้งไป เพียงเพื่อจะได้อยู่กับยูชอนเพียงเท่านั้น แต่เธอกลับไม่เคยได้มีเขาเลย ไม่ว่าจะในอดีตหรือว่าอนาคต ยิ่งคิดยิ่งเจ็บปวดยิ่งคิดยิ่งอยากหนีไปให้พ้น ถ้าเธอไม่เริ่มหันหลังให้เขาวันนี้เธอจะไม่มีโอกาสอีกเลย

"ใช่ เพราะเขานั้นแหล่ะ ฉันอยากหยุดทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างเราไว้แค่นี้ ให้มันจบไปสักที"โซยอนพูดด้วยเสียงสั่นๆ แต่มั่นคง ยูชอนได้แต่นิ่งอึ้ง...ทำไมมันเจ็บๆ ทำไมต้องรู้สึกทุรนทุราย ทำไม...ถึงไม่อยากให้เธอจากไป

"เราต่างคนต่างก็ไม่มีอะไรผูกมัดกันอยู่แล้วนี่ มันก็แค่สัมพันธ์ทางกาย"โซยอนแค่นหัวเราะ ไม่ได้หัวเราะกับคำพูดของยูชอนที่เคยพูดไว้แบบเดียวกันนี้ แต่หัวเราะให้กับคุณค่าของตัวเองที่มีอยู่แค่นี้...ทำตัวน่าสมเพชมากเกินไปแล้ว ลีโซยอน เธอยิ้มออกมาในความน่าสมเพชของตัวเอง

"ฉัน..."ยูชอนสิ้นจนคำพูด เขาไม่รู้จะพูดอะไร ตอนนี้ในหัวมันสับสนไปหมดแล้ว สับสนระหว่างความรู้สึกที่มีต่อยูจิน และโซยอน ...ถ้าเขาไม่เคยรู้สึกอะไรกับโซยอนเขาจะมีอะไรกับเธอได้ยังไง แต่ถ้าเขาไม่รักยูจิน เขาจะรู้สึกทนไม่ได้เมื่อเธอเสียใจ จนต้องเขาไปปลอบอย่างนี้เหรอ ยิ่งคิดยูชอนยิ่งปวดหัว เขาเดินไปนั่งลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรง

"เธอ...เลือกอย่างนี้จริงๆน่ะเหรอ"ยูชอนถามขึ้นมาอย่างยากลำบาก โซยอนเงยหน้ามองเขานิ่งๆ ก่อนค่อยพยักหน้าอย่างหนักแน่น

"ฉันอยู่ได้...ถ้าไม่มีเธอ"โซยอนพูดออกมาคำสุดท้ายก่อนเดินเข้าห้องนอนตัวเอง ปล่อยให้ยูชอนนั่งคิดอะไรไปเงียบๆคนเดียว



"ฉันขอโทษยูชอน"ยูจินพูดขึ้นนิ่งๆ หลังจากที่นัดยูชอนออกมาเจอเพื่อบอกเรื่องของยุนโฮกับเขา แต่ที่น่าแปลก...มันเจ็บน้อยกว่าที่เขาเจอเมื่อคืน เทียบกันไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่ได้ถึงครึ่งเมื่อโซยอนเลือกที่จะหันหลังให้เขาไป ยูชอนมองคนสองคนตรงหน้า มองภาพมือทั้งสองที่เกี่ยวกันเหมือนหวงแหนความรักนี้เป็นอย่างยิ่ง นั้นมันทำให้เขายิ้มเป็นสิ่งที่เขาเคยคาดเอาไว้ พอจะรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายมันต้องลงเอยอย่างนี้ เขายิ้มด้วยความรู้สึกดีใจจริงๆ ดีใจที่ยูจินมีคนที่เธอรักจริงๆดูแล ดีใจที่ยุนโฮเพื่อนเขามีความสุข ถึงจะรู้สึกแย่อยู่ข้างใน

"ไม่เป็นไรหรอกยูจิน ฉัน...เข้าใจเธอ"ยูชอนยิ้มออกมาจากใจ ยูจินส่งยิ้มขอบคุณให้กับเขา ไม่ใช่ไม่เจ็บเขารู้สึกผิดหวังที่โดนทั้งคนรักและเพื่อนหักหลัง แต่เขาไม่ได้เสียใจที่ยูจินเลือกยุนโฮ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าสักวันมันต้องมาถึง วันที่ยุนโฮจะมารับตัวยูจินกลับไป เขารู้ว่าหัวใจคนมันบังคับกันไม่ได้ เขาไม่โทษใคร และไม่อยากโกรธใครด้วย และอาจจะเป็นเพราะเขากังวลเรื่องอื่นอยู่มากกว่า

ฉันขอโทษจริงๆยูชอนยุนโฮเอื้อมมือมาตบบ่าเขาอย่าหนักแน่น ยูชอนได้แต่ยิ้มนิ่งๆกลับไปเท่านั้น ไม่ว่าเมื่อไหร่ คนชื่อยูชอนก็แทนที่คนชื่อยุนโฮในจิตใจของยูจินไม่ได้เลย ยุนโฮเองก็ไม่ได้ต้องการทำลายมิตรภาพระหว่างเขากับยูชอน แต่เพราะยูจินคือคนที่เขาขาดไม่ได้ จึงต้องตัดสินใจเสี่ยงลองดู เเล้วก็ดูเหมือนอย่างที่เขาคิดไว้ ยูชอนคงรักโซยอนจริงๆ เขาถึงได้ไม่แสดงอาการเจ็บปวดอะไรออกมาให้เห็นมากนัก เพราะยุนโฮก็รู้จักยูชอนดี ถ้าเป็นเรื่องที่เขายอมไม่ได้จริงๆ ยูชอนจะลุกขึ้นมาแสดงอาการทันที ยุนโฮดีใจที่อย่างน้อยสิ่งที่เขาทำไปก็ไม่ได้ทำร้ายหัวใจใครมากนัก...แม้ในตอนเริ่มต้นจะเจ็บปวด แต่ถ้าลงท้ายด้วยดีมันก็คุ้มกับที่เสี่ยงทำลงไป

"แล้วถ้าอย่างนี้นายกับโซยอน..."ยูชอนนึกขึ้นมาได้หลังจากที่นั่งนิ่งทำความเข้าใจกับเรื่องตรงหน้า ยุนโฮยิ้มรออยู่แล้ว

"มันไม่มีอะไรตั้งแต่เริ่มต้นแล้วล่ะ"ยุนโฮยิ้มกว้าง นั้นทำให้ยูชอนยิ้มออกมาได้ทันที ก่อนจะรีบวิ่งลุกจากโต๊ะ ตรงไปที่ร้านของโซยอนทันที



"โซยอน"ยูชอนส่งเสียงเรียกเธอขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากร้านมา เธอหันมานิ่วหน้ามองเขาน้อยๆ ยูชอนวิ่งมาหยุดยืนหน้าเธอ

"เธอ...กับยุนโฮไม่ได้คบกัน"เขาพูดออกมาทันที โซยอนมีสีหน้ากระจ่าง เธอพยักหน้าน้อยๆ ถ้าเขารู้เรื่องนี้ ก็ต้องรู้เรื่องยุนโฮกับยูจินแล้วสิ...มิน่า

"แล้วยังไงล่ะ"โซยอนเลิกคิ้วมองเขานิ่งๆ ยูชอนนิ่วหน้าขึ้นมาทันทีกับท่าทีของเธอ

"เรื่องเมื่อคืนก็เป็นแค่เรื่องโกหกยังไงล่ะ"ยูชอนพูดขึ้นมา โซยอนยิ้มนิ่งๆ

"เรื่องเมื่อคืนมีเรื่องที่ไม่จริงอยู่เรื่องเดียว...คือเรื่องที่ฉันจะคบกับยุนโฮ นอกนั้น...เป็นเรื่องจริง"โซยอนพูดนิ่งๆ ยูชอนหน้าเสียไปทันที

"หมายความว่าไง"ยูชอนดึงแขนเธอมาให้เข้าใกล้เขา เพราะเขาเริ่มรู้สึกว่าเธอห่างไกลเขาไปทุกที ถ้าไม่จับยึดไว้เธอคงหายไปต่อหน้าต่อตา เหมือนฟองอากาศ

"ก็หมายความว่า ฉันกับเธอ เราจบกันแล้วไงล่ะ"โซยอนถอนหายใจน้อยๆ ยูชอนมองเธออึ้งๆ หัวใจที่พองโตก่อนหน้านี้ถูกเจาะจนฟีบลงทันที เจ็บ...จนจะล้มลงไปเลยทีเดียว โซยอนพยายามกลั้นอารมณ์ตัวเองไว้ ซ่อนความหวังที่เธอเห็นจากสีหน้ายูชอน แต่พอผ่านเมื่อคืนมา มันทำให้เธอเข้มแข็งขึ้น...เธอต้องหันหลังให้เขา และต้องทำให้ได้

"ปล่อยฉันเถอะ...ฉันต้องไปแล้ว"โซยอนดึงมือยูชอนที่ตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงออกจากไหล่เธอ เธอมองเขาแล้วยิ้มอ่อนโยนให้ ก่อนเดินหันหลังไป...เธอต้องทำได้ลีโซยอน แค่ก้าวขาออกไปเท่านั้น ก้าวออกไปสิ ไอ้เท้าบ้า ขยับไปให้พ้นตรงนี้ซะ นั้นแหล่ะได้ก้าวนึงล่ะ อีกก้าวนึง ใช่ อย่างนั้น เดินต่อไปเรื่อยๆ อย่าหันไปมอง เดินออกไปให้พ้นตรงนี้เร็วเข้า

"อย่าไปน่ะ"เสียงยูชอนหยุดการกระทำทุกอย่างของโซยอน เธอหยุดนิ่งอยู่กับที่ทันที อย่าหันไปมอง อย่าหันไป...แต่ร่างกายที่มันไม่ทำตามหัวสมอง มันรับคำสั่งจากหัวใจเท่านั้น โซยอนค่อยๆหันไป...ยูชอนร้องไห้อยู่เบื้องหน้าเธอ

"อย่าไป โซยอน อย่าทิ้งฉัน"น้ำตายูชอนไหลลงมาอาบแก้ม เพียงแค่นี้ขาที่ขยับยากหนักหนา กลับวิ่งกลับไปหาเขาทันที โซยอนโผเข้ากอดยูชอนเอาไว้ เขารัดวงแขนตัวเองแน่นเหมือนกลัวโซยอนจะหายไปเช่นกัน

"อย่าไปโซยอน ฉันอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเธอ ฉันอยู่ไม่ได้"ยูชอนพูดเสียงสั่น โซยอนลูบหลังปลอบเขาทั้งๆที่ตัวเองก็ร้องไห้จนตัวโยนอยู่ในอ้อมแขนของยูชอนเหมือนกัน


"ฉันไม่ให้เธอไป ไม่ยกให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น"ยูชอนกระชับวงแขนแน่นขึ้น จนโซยอนหายใจแทบไม่ออก เขากลัว กลัวมาก กลัวจริงๆ

"อืม ไม่ไปแล้ว ไม่ไปไหนทั้งนั้นแหล่ะ"โซยอนพูดปลอบเขา...เป็นอย่างนี้ทั้งปีโซยอน ใจอ่อนกับยูชอนแค่คนเดียวเท่านั้น...เธอไปจากเขาไม่ได้จริงๆ จากไปไหนไม่ได้ ทั้งๆที่รู้ว่าทำผิดแต่เธอก็เลือกที่จะรักเขาอย่างนี้ตั้งแต่เริ้มต้นแล้ว และต่อจากนี้เธอก็สามารถโดยไม่ต้องกลัวต่อบาป ไม่ต้องรู้สึกละอายใจ รักปาร์คยูชอนได้อย่างสุดหัวใจ....

"เธอไม่อยากรู้เหรอ ว่าทำไมยูชอนถึงไม่ค่อยเจ็บปวดกับเรื่องเธอกับฉัน"ยุนโฮถามขึ้นหลังจากที่นั่งอยู่ด้วยกันหน้าร้านอาหาร

"ไม่นี่ เพราะฉันว่า ฉันรู้อยู่แล้ว"ยูจินตอบยิ้มๆ ยุนโฮนิ่วหน้ามองเธออย่างสงสัย

"ยังไง เธอรู้เรื่องอะไร"ยุนโฮเลิกคิ้วถาม

"ก็...เรื่องเขากับโซยอนน่ะสิ"คำตอบของยูจิน ทำเอายุนโฮตาโต

"นี่เธอรู้มาตลอดเลยเหรอ"ยุนโฮถามอย่างแปลกใจ

"อืม ฉันรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง...แต่ฉันไม่โกรธเขาหรอกน่ะ"ยูจินยิ้มน้อยๆ

"เพราะฉันเองก็ไม่ได้ซื่อสัตย์ต่อเขา...ฉันแอบมีเธออยู่ในใจตลอดเวลา"ยูจินถอนหายใจ ยุนโฮกุมมือเธอเอาไว้

"ขอโทษน่ะ ที่ทำให้ลำบากมากขนาดนี้"ยุนโฮมองเธออย่างเสียใจ ยูจินเบะปากน้อยๆ

"จากนี้ไปฉันจะชดใข้ให้เธอเอง"ยุนโฮจับแก้มเธอเบาๆ

"นายได้ชดใช้แน่ไม่ต้องห่วงยุนโฮ"ยูจินยิ้มเหี้ยมๆ ทำเอายุนโฮกลัว

"อย่าทำรุนแรงกับฉันน่ะ ฉันกลัว"ยุนโฮแกล้งทำหน้าตาน่าสงสาร

"จะบ้าหรือไง ใครเค้าจะไปทำอะไรรุนแรงกับนาย"ยูจินค้อนงอนๆ ยุนโฮเข้าไปกอดเธอไว้

"ฮ่า ฮ่า ล้อเล่นน่ะ"ยุนโฮหัวเราะร่า ยูจินก็ยิ้มตามไปด้วย

"ฉันไม่เคยคิดว่ามันผิดเลยสักครั้งน่ะ...ที่ฉันรักเธอน่ะ ไม่เลย"ยูจินหันไปพูดกับเขายิ้มๆ ยุนโฮกอดเธอแน่นขึ้น

"อืม ฉันเองก็เหมือนกัน...ไม่เคยคิดว่ามันเป็นบาป...เพราะฉันรักเธอ"ยุนโฮมองเธออย่างอ่อนโยน ก่อนทั้งสองคนจะหันมากอดกันแน่น กว่าจะได้รักกันมันลำบากมากแค่ไหน พวกเขารู้ดีว่าต้องรักษาความรักนี้ให้ดีที่สุด



จบ ก่อนที่มันจะยาวกว่านี้ -_-"


*************************


แถมๆ


"นี่ โซยอน...ฉันจูบเธอได้มั้ยอ่ะ...มันจะหมดฉากแล้วน่ะ"ยูชอนพูดขึ้นหลังจากที่กอดกันอยู่นาน

"...แล้วทำไมต้องถามด้วยอ่ะ ทุกทีก่อนทำก็ไม่เคยถามอะไรเลยนี่"โซยอนนิ่วหน้าน้อยๆ

"ก็ไม่รู้สิ...ฉันรู้สึกเกร็งๆไงไม่รู้...เหมือนมีสายตาของหลายๆคนจ้องอยู่"ยูชอนมองไปรอบๆอย่างหวาด โซยอนมองตาม

"ไม่เห็นจะมีอะไรเลย"โซยอนนิ่วหน้ามองเขา

"แต่ว่าฉันว่ามี...มีสายตาของคนที่ลุ้นเราสองคนอยู่เนี่ย"ยูชอนยังไม่หายระแวง

"...แล้วไงล่ะ"โซยอนเลิกคิ้วมองเขางงๆ

"ฉันว่า...เรากลับไปทำต่อที่ห้องเธอดีกว่าน่ะ..."ยูชอนยิ้มเจ้าเล่ห์

"จะบ้าหรือไงเล่า นายนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆน่ะ"โซยอนหยิกเขาเบาๆ ก่อนตามแรงดึงของยูชอนไป
ยูชอนดันโซยอนเข้าห้องไปอย่างกระตือรือร้น ก่อนเดินตามเข้าไปอย่างรีบๆ แต่ยังไม่ทันไรก็เปิดประตูโผล่หัวออกมา

"อ่ะ แฮ่ม คุณผู้ชมครับ...ห้ามเข้าครับ"ไม่ลืมที่จะแล่บลิ้นน้อยๆ

ปัง!


edit @ 2007/02/01 18:27:48